“หุ้นเอเชีย” เปิดลบส่วนใหญ่ นักลงทุนจับตาประชุมเฟด-ECB-BOJ สัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ นำโดยญี่ปุ่นและจีนลดลง 0.38% และ 0.52% ตามลำดับ ขณะที่ฮ่องกงสวนทางบวก 0.27% นักลงทุนซื้อขายระมัดระวัง รอติดตามผลประชุมเฟด ECB และ BOJ สัปดาห์นี้ ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อและราคาน้ำมันผันผวน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ต.ค. 69) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ

โดยดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดที่ระดับ 62,449.96 จุด ลดลง 243.20 จุด หรือ 0.38% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ตลาดหุ้นจีน เปิดที่ระดับ 3,671.00 จุด ลดลง 19.48 จุด หรือ 0.52% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวลดลง 0.30% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ลดลง 0.26%

อย่างไรก็ตาม ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง เคลื่อนไหวสวนทางภูมิภาค โดยเปิดที่ระดับ 23,156.96 จุด เพิ่มขึ้น 63.59 จุด หรือ 0.27%

สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนติดตาม ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดประกาศมติอัตราดอกเบี้ยในวันพุธที่ 28 ตุลาคม ตามด้วยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม โดยตลาดให้ความสำคัญกับการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินภายใต้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดเอเชียช่วงเช้าวันนี้ปรับตัวลดลง หลังพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากรายงานข่าวว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลอาจเตรียมโจมตีอิหร่านอีกระลอก ภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 1.31% อยู่ที่ระดับ 115.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 1.50% อยู่ที่ระดับ 101.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

Back to top button