
PHAT ตอกเสาเข็มโรงงาน CPKO พ.ย.นี้! ปั้น New Growth Engine ดันโตระยะยาว
PHAT เดินหน้าใช้เงิน IPO ลงทุน 80 ล้านบาท สร้างโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ คาดก่อสร้างเสร็จไตรมาส 3/70 เริ่มรับรู้รายได้ไตรมาส 4/70 ก่อนเต็มปี 71 ตั้งเป้าสร้างรายได้เพิ่ม 900 ล้านบาทต่อปี ต่อยอดธุรกิจปาล์มน้ำมันครบวงจร
นายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT ผู้ดำเนินธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและส่งออกผลิตภัณฑ์จากปาล์ม เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าตามแผนการใช้เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อขยายกำลังการผลิตและต่อยอดห่วงโซ่ธุรกิจปาล์มน้ำมัน โดยเตรียมเริ่มตอกเสาเข็มก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (Crude Palm Kernel Oil: CPKO) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569
สำหรับโรงงานแห่งใหม่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของบริษัท อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ บนเนื้อที่กว่า 9 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 6,000 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนประมาณ 80 ล้านบาท โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2570 และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2570 ก่อนรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2571
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าโรงงาน CPKO จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมประมาณ 900 ล้านบาทต่อปี จากการนำวัตถุดิบเดิมมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบสามารถจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีคอล (Oleochemical)
นอกจากนี้ กากเมล็ดในปาล์มซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต ยังสามารถนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ (Value Added) และสร้างโอกาสทางการตลาดเพิ่มเติม โดยบริษัทมองว่าการลงทุนดังกล่าวจะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ (New Growth Engine) ที่ช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจและเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการออกแบบและก่อสร้างโรงงานภายใต้แนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมุ่งลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
นายสมนึก กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบที่มีกำลังการผลิต 90 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือประมาณ 2,100 ตันต่อวัน ซึ่งการลงทุนในโรงงาน CPKO จะช่วยต่อยอดการดำเนินธุรกิจเดิมให้ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับการใช้ประโยชน์จากเมล็ดในปาล์มสู่การผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่ม
“การลงทุนในโรงงาน CPKO จะช่วยต่อยอดห่วงโซ่ธุรกิจปาล์มน้ำมันให้ครบวงจร ยกระดับมูลค่าจากเมล็ดในปาล์มสู่การผลิตน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ นับเป็นการสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งของผลประกอบการในระยะยาว” นายสมนึก กล่าว

