
“ทิสโก้” เร่ง AUM แตะ 5 แสนล. ชูหุ้นปันผล Thai ESG รับเงินลงทุนโค้งท้ายปี
บลจ.ทิสโก้ เดินหน้าปั้น AUM โตสู่ระดับ 5 แสนล้านบาท ภายในปี 71 ชู กองทุน TDS-THIESG กองทุนหุ้นปันผลผลงานเด่น รับเม็ดเงินลงทุน Thai ESG โค้งท้ายปี มองหุ้นไทยยังแกว่ง Sideways ไม่ลงลึก รับอานิสงส์กำไร บจ.โตสองหลัก พร้อมจับตาธีม AI หนุนหุ้นต่างประเทศปีหน้า
นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) รวมกว่า 453,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งกองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่ม AUM สู่ระดับ 500,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ซึ่งการเติบโตของธุรกิจกองทุนรวมในปีนี้อยู่ในระดับสูงถึง 15% สะท้อนโอกาสขยายธุรกิจและเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสร้างรายได้และอัตรากำไรที่ดี
สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายของปี กองทุน Thai ESG จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดทุน โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เปิดให้ลงทุนได้สูงสุด 300,000 บาท คาดว่าจะกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนมากขึ้น หลังจากผลการดำเนินงานของกองทุน Thai ESG โดยเฉพาะกองทุนหุ้นเริ่มพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน ขณะที่กองทุนวายุภักษ์ยังมีส่วนช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง ซึ่งหุ้นไทยยังมีจุดเด่นด้าน Dividend Yield เมื่อเทียบกับตลาดอื่น
ด้านกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ทิสโก้ให้น้ำหนักกับกองทุนหุ้นปันผล โดยมีกองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน (TDS-THIESG) เป็นกองทุนหลัก ซึ่งมีผลการดำเนินงานโดดเด่นและครองอันดับ 1 ในกลุ่มกองทุน Thai ESG พร้อมเปิดให้ลงทุนทั้งชนิดจ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายเงินปันผล
ทั้งนี้ ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของผู้จัดการกองทุนในการคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพจ่ายเงินปันผลและสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเป็นผู้จัดการกองทุนชุดเดียวกับที่บริหาร TISCO Strategic Fund (SD) ขณะที่ช่วงนี้บริษัทจะเน้นประชาสัมพันธ์กองทุนที่มีอยู่เพื่อรองรับเม็ดเงินลงทุนในช่วงท้ายปี มากกว่าการเปิดตัวกองทุนใหม่
นายสาห์รัช กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยไม่น่าปรับตัวลงรุนแรง และมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดต่างประเทศ แม้ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางการเมืองสหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มเติบโตเพียง 2% กว่า แต่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังขยายตัวได้ในระดับ Double Digit และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยที่อยู่บริเวณ 1% ช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้น
สำหรับตลาดหุ้นต่างประเทศในปีหน้า ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ในภาคธุรกิจที่ขยายตัวมากขึ้น ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีภาพรวมผลประกอบการที่ไม่ได้อยู่ในระดับน่ากังวล