ขายก่อนไหม?

ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา “โมนิก้า” ต้องสาละวนกับเรื่องของภัยไซเบอร์เป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นเรื่องที่พูดกันทุกกลุ่มเสวนา


ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา “โมนิก้า” ต้องสาละวนกับเรื่องของภัยไซเบอร์เป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นเรื่องที่พูดกันทุกกลุ่มเสวนา พร้อมกับมีการหยิบยกเหตุผลต่าง ๆ นานา มาอธิบายให้แต่ละคนรับฟังแบบละเอียด แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการว่า สัปดาห์นี้จะเกิดอะไรขึ้น? แถมต้นสายปลายเหตุจากเรื่องดังกล่าวเริ่มต้นจากตรงไหน ก็ยังไม่มีใครให้คำตอบที่แน่ชัดพะยะค่ะ

ประกอบกับสถานการณ์ของตลาดหุ้นทั่วโลกตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ถ้วนหน้า เลยทำให้อีฉันรู้สึกเซ็งเป็ดอย่างหนักตลอดทั้งสัปดาห์ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ “โมนิก้า” มองตลาดหุ้นไทยมีโอกาสทรุดตัวลงเรื่อย ๆ และแนวรับบริเวณ 1,500 จุดอาจรับไม่อยู่ เพราะมันเห็นกันเต็มสองลูกตาว่า งบไตรมาส 3 ก็ออกมาไม่เหมือนที่หวัง แถมกองทุนก็กลับมาขายหุ้นหนักอีกครั้งแบบนี้..เอาไงดีค่ะ

เนื่องจากการอ่อนตัวของดัชนีลงมาปิดที่ระดับ 1,518.59 จุด ลบไป 26.01 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.36 หมื่นล้านบาท โดยหลัก ๆ มาจากแรงขายหุ้น DELTA KCE HANA ขณะที่หุ้นตัวอื่น ๆ มีแรงขายประปรายในจังหวะที่นักลงทุนห่อเหี่ยวแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่นักเล่นควรตัดสินใจทำอะไรบางอย่างในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการ “ขายขาดทุน” กับ “ถือต่อไป” หรือแม้กระทั่งการ “ทยอยช้อนหุ้น” ก็ต้องชัดเจนนะตัวเอง

โดยรายแรกที่ต้องเม้าถึงคือน้องท็อป TOP ที่วันนี้ลงมายืนปิดในระดับ 62.25 บาท ซึ่งเป็นบริเวณที่หุ้นเคยเด้งกลับขึ้นไปถึงระดับ 70 บาท “โมนิก้า” มองเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความเสี่ยง” เพราะไม่มีใครรู้สถานการณ์ต่อจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นอีก?  หรือถ้าคิดอะไรไม่ออกจริง ๆ อีฉันขอแนะนำให้ประเมินจากการเทรดของหุ้นตัวนี้บน PE 5 เท่า ควบคู่กับอัตรคาผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 2.90% คุ้มค่าที่จะเล่นไหมเจ้าคะ

เช่นเดียวกับแบงก์ใหญ่อย่าง BBL ซึ่งทำผลงานไตรมาส 3 ได้น่าผิดหวัง แต่ราคาหุ้นก็ตอบรับข่าวในทางลบเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะไต่ระดับอย่างช้า ๆ ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่ทำให้คิดว่า ในเมื่อประเมินกำไรไตรมาส 4 อาจออกมาไม่ดีเหมือนที่หวัง แล้วแฟนคลับยังกล้าเข้าไปเล่นอีกเหรอ? อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 185 บาท เหมาะสำหรับขาลุยที่เน้นทำกำไรสั้น ๆ มากกว่านะคะ

เม้าท์ถึงเรื่องที่น่าเป็นห่วงขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ก็อยากเอ่ยถึงหุ้น GUNKUL เพื่อชี้ให้เห็นแรงขายที่เริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จนหุ้นทรุดฮวบลงมาปิดที่ระดับ 4.64 บาท ลบไป 0.22 บาท หรือลงไป 4.53% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 668 ล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ทำให้สงสัยว่า เที่ยวนี้จะหลุดแนวรับที่บริเวณ 4.50 บาทหรือเปล่า? เพราะเมื่อดูจากภาวะตลาดหุ้นที่ไม่ค่อยสู้ดี และดูค่า PE ที่อยู่ในระดับ 22 เท่า มันมีโอกาสโดนขายอีกนะเนี่ย!

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” อยากเอ่ยถึงหุ้น BTS เป็นรายถัดมา เพราะเมื่อดูจากราคาหุ้นที่ย่อตัวลงเรื่อย ๆ พร้อมกับวอลุ่มเทรดที่เหือดแห้งเกินบรรยาย “โมนิก้า” ก็รู้ทันทีว่า เที่ยวนี้ไม่มีใครอยากเข้าไปรับหุ้น ถึงปล่อยให้ราคาหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ 1.84 บาท ลบไป 0.05 บาท หรือลงไป 2.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 44 ล้านบาท ส่วนเรื่องผลงานไตรมาส 2 (งบไม่เหมือนคนอื่น) ก็คงขาดทุนแบบนี้..เหนื่อยแทนเลยค่ะ

เช่นเดียวกับในรายของถุงมือยาง STGT ซึ่งถูกขายลงมาเรื่อย ๆ ท่ามกลางความกังวลต้นทุนยางพุ่งกระฉูด กลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ “โมนิก้า” มองสถานการณ์ต่อจากนี้จะยากลำบากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะการเติบโตจะไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ และทำให้การยืนปิดที่ระดับ 9.40 บาท ท่ามกลาง PE 76 เท่าเป็นระดับที่สูงเกินความเหมาะสม จึงอยากเตือนนักเล่นให้ระวังตัวดี ๆ นะจะบอกให้

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button