
กรุงศรีคาด SET สัปดาห์นี้แกว่งไซด์เวย์ ชู AWC-KBANK-KTB เด่น จับตางบ Q3-เลือกตั้งสหรัฐ
บล.กรุงศรี ประเมิน SET สัปดาห์นี้แกว่งตัว Sideways หลังปรับฐานสะท้อนความกังวล AI CAPEX และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ไปบางส่วน จับตางบไตรมาส 3/69 และเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3 พ.ย. พร้อมชู AWC-KBANK-KTB หุ้นเด่นประจำสัปดาห์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด (Sideways) หลังจากสัปดาห์ก่อนตลาดปรับฐานลงมาอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้ส่วนชดเชยความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น (Current Equity Risk Premium) ปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวบวกหนึ่งส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Average +1 S.D.) สะท้อนว่าระดับมูลค่าตลาดเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับความเสี่ยง
ทั้งนี้ บล.กรุงศรี มองว่าการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลดสถานะการลงทุนของนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้จ่ายลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Capital Expenditure: AI CAPEX) ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามที่ตลาดคาดหวัง ประกอบกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกลับมาทวีความรุนแรงภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าตลาดหุ้นได้สะท้อนปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวผ่านการปรับฐานลงมาแล้วระดับหนึ่ง ส่งผลให้แรงกดดันด้านการปรับลดสถานะการลงทุนอาจเริ่มจำกัดลง ขณะที่นักลงทุนมีแนวโน้มชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามปัจจัยสำคัญในระยะถัดไป
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเปิดเผยตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมถึงการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ และประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางการลงทุนและการปรับประมาณการกำไรของตลาด
ด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.กรุงศรี แนะนำให้นักลงทุนเน้นคัดเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยแบ่งกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มแรก หุ้น Defensive และหุ้นที่มีกระแสเงินสดมั่นคง ซึ่งมีความสามารถในการรองรับความผันผวนของตลาด โดยแนะนำ BDMS, BCH, AOT, GULF, ADVANC, KBANK และ KTB เนื่องจากเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความมั่นคงด้านรายได้และกระแสเงินสด เหมาะสำหรับการลงทุนในช่วงที่ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอน
กลุ่มที่สอง หุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ออกมาดี โดยแนะนำ COM7, AOT, INSET, PTTGC, PTT, TOP, AWC และ CRC ซึ่งมีแนวโน้มได้รับความสนใจจากนักลงทุนตามทิศทางผลประกอบการที่ทยอยประกาศออกมา
กลุ่มที่สาม หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากความคืบหน้าของนโยบายภาครัฐและวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (Investment Cycle) โดยเน้นหุ้นกลุ่มธนาคาร ได้แก่ KTB และ KBANK รวมถึงหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม WHA ซึ่งมีโอกาสได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน บล.กรุงศรี ระบุว่า หุ้นเด่นที่แนะนำในสัปดาห์ก่อน ได้แก่ PTTGC, BDMS และ KTB ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 3.34% เทียบกับ SET Index ที่ปรับตัวลดลง 2.82% สะท้อนว่ากลุ่มหุ้นแนะนำมีผลตอบแทนต่ำกว่าดัชนีตลาดประมาณ 0.52 จุดเปอร์เซ็นต์
สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ บล.กรุงศรี คัดเลือก 3 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า พร้อมมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569 ถึงครึ่งแรกของปี 2570 ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 3.90 บาท
ขณะที่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการสิ้นสุดวัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาลง ประกอบกับวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (Investment Cycle) ที่มีแนวโน้มช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 300 บาท
ส่วน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB มีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น รวมถึงโอกาสได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนแนวโน้มผลประกอบการในระยะถัดไป โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 55 บาท

