GCAP GOLD วางกรอบ “ทองคำ” สัปดาห์นี้ 3,950-4,100 เหรียญ จับตา GDP-เงินเฟ้อสหรัฐ

GCAP GOLD ประเมินทิศทางทองคำยังเผชิญแรงกดดัน แม้เฟดมีมติคงดอกเบี้ย แต่ความเสี่ยงในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมยังมีอยู่ แนะนักลงทุนจับตาตัวเลข GDP และเงินเฟ้อสหรัฐฯ พร้อมประเมินกรอบราคาสัปดาห์นี้ 3,950-4,100 ดอลลาร์ ชี้จังหวะเข้าสะสมที่ 3,960 ดอลลาร์


นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 27-28 ตุลาคม 2569 มีมติ 10 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.75-4.00% โดยกรรมการ 2 เสียงเห็นควรให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ขณะที่แถลงการณ์ระบุว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง เฟดจึงต้องการรอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจนโยบายระยะต่อไป

โดยการคงดอกเบี้ยครั้งนี้ช่วยลดแรงกดดันระยะสั้น แต่ยังไม่พอที่จะเปลี่ยนแนวโน้มทองคำให้กลับมาเป็นบวกชัดเจน เนื่องจากตลาดยังมีความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม หากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อออกมาสนับสนุนให้เฟดดำเนินนโยบายเข้มงวดต่อ ซึ่งจะหนุนให้เงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น เพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสและจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ

หลังจากนี้ ตลาดจะให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการประกาศประมาณการ GDP เบื้องต้น และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนกันยายน ในวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 19.30 น. (ตามเวลาไทย) ตลาดคาดการณ์ว่า GDP จะขยายตัว 3.2% จาก 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ดัชนี PCE คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% จาก 0.2% ในเดือนสิงหาคม หากตัวเลขสูงตามคาด จะสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกลับมากดดันราคาทองคำ

นอกจากนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่อาจกระทบเส้นทางขนส่งพลังงาน ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันพุ่งสูงจนสร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และทำให้เฟดต้องคงนโยบายเข้มงวดต่อไป ปัจจัยนี้ก็จะกลับมาหนุนดอลลาร์และจำกัดการฟื้นตัวของทองคำเช่นกัน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน GCAP GOLD ประเมินโครงสร้างราคาระยะสั้นยังอ่อนแอ หลังหลุดระดับ 4,080 ดอลลาร์ โดยประเมินกรอบความเคลื่อนไหวสัปดาห์นี้ที่ 3,950-4,100 ดอลลาร์ (ราคาทองไทยประมาณ 63,200-65,300 บาท) แนะนำให้รอเข้าซื้อเมื่อราคาสร้างฐานบริเวณ 3,960 ดอลลาร์ (ทองไทยประมาณ 63,300 บาท)

ทั้งนี้ หากราคาสามารถกลับมายืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ (ทองไทยประมาณ 64,200 บาท) ได้อย่างแข็งแกร่ง จะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 4,100 ดอลลาร์ (ทองไทยประมาณ 65,300 บาท) แต่หากราคาหลุดแนวรับ 3,950 ดอลลาร์ (ทองไทยประมาณ 63,000 บาท) นักลงทุนควรลดความเสี่ยงและรอดูการสร้างฐานใหม่

Back to top button