
ดีอีดัน “5 เสือพลัส” ผนึกไปรษณีย์ไทย–NT เสริมความปลอดภัยชุมชน
กระทรวงดีอีเดินหน้าขับเคลื่อนกลไก “5 เสือพลัส” มอบหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย–NT ใช้เครือข่ายดิจิทัลทั่วประเทศ ผสาน AI และ CCTV เสริมความปลอดภัยชุมชน รับมือภัยพิบัติ พร้อมผลักดัน Thailand PostMart เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน หนุนเศรษฐกิจฐานราก
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า วันนี้ (2 .พ.ย.69) ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการบูรณาการมาตรการเสริมสร้างความปลอดภัยชุมชนตามกลไก “5 เสือพลัส” รวมถึงการผลักดันแพลตฟอร์ม Thailand PostMart เพื่อสนับสนุนสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน ณ ที่ทำการไปรษณีย์อุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
ทั้งนี้ กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะการใช้เครือข่ายของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งมีโครงข่ายและการดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นกลไกสำคัญในการรับแจ้งเบาะแสด้านความมั่นคง การเฝ้าระวังและรับมือภัยพิบัติ ตลอดจนการเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในระดับชุมชน
นอกจากนี้ ยังมุ่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เทคโนโลยีตรวจสอบด้วยรังสีเอกซ์ (X-Ray) และข้อมูลเชิงพื้นที่ มาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาในพื้นที่
นายไชยชนก กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานสถิติจังหวัดเป็นหน่วยงานหลักในการประสานการดำเนินงาน ร่วมกับหน่วยงานของไปรษณีย์ไทยและ NT ในระดับจังหวัด เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กลไก “5 เสือพลัส” โดยเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลและเครือข่ายความร่วมมือสำหรับแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอียังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยมุ่งเชื่อมโยงกระบวนการตั้งแต่การผลิต การพัฒนาสินค้า ไปจนถึงระบบขนส่งและการกระจายสินค้า เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ผลิตสินค้าชุมชน
ในส่วนนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูป ควบคู่กับการผลักดันการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภายใต้แนวคิด One Data
การดำเนินงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจและการเข้าถึงตลาด
พร้อมกันนี้ กระทรวงดีอียังผลักดันการใช้แพลตฟอร์ม Thailand PostMart เป็นช่องทางสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตในท้องถิ่นกับผู้บริโภคผ่านช่องทางดิจิทัล และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานราก
นอกจากนี้ นายไชยชนกได้มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยและ NT ศึกษาแนวทางพัฒนารูปแบบธุรกิจและแหล่งรายได้ใหม่ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะการขยายบริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) และการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ การพัฒนาบริการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน สร้างแหล่งรายได้เพิ่มเติมให้แก่หน่วยงาน และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

