
“โกลเบล็ก” มองกรอบดัชนี 1,480-1,550 จุด แนะเก็บ “หุ้นโรงพยาบาล” หลบผันผวน
บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,480-1,550 จุด ถูกกดดันจากแรงขายต่างชาติและภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล นำโดย BDMS, PR9 และ BH รับอานิสงส์เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ดันงบไตรมาส 3/69 เติบโตโดดเด่น
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤศจิกายน 2569 มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน (Sideway) ในกรอบ 1,480-1,550 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจากการเทขายสะสมของนักลงทุนต่างชาติ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันดิบ WTI ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้
สำหรับปัจจัยบวกที่เข้ามาพยุงตลาด ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) เตรียมระบายน้ำมันสำรอง 42.6 ล้านบาร์เรล (เกือบครึ่งหนึ่งเป็นน้ำมันดีเซล) เพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน และราคาน้ำมันที่ร่วงลงแรงหลังอิหร่านส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ทำให้ตลาดคลายกังวลเรื่องอุปทานชะงักงัน ขณะที่ตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3/2569 ขยายตัว 3.4% ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.2% ด้านประธาน FED ยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ร้อนแรงเกินไปแม้มีแรงกดดันด้านอุปสงค์จากการลงทุนเทคโนโลยี AI และย้ำว่าการเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด แม้อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนจะพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี
ส่วนปัจจัยบวกในประเทศ กระทรวงการคลังสามารถเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2569 ทะลุเป้าแตะ 2.94 ล้านล้านบาท รับอานิสงส์การบริโภคที่ฟื้นตัวและผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่น-ไฟฟ้าที่โตตามราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออก 5 มาตรการกำกับดูแลการเงินใหม่ คุมการซื้อขายทองคำเกิน 10 ล้านบาท พร้อมออกใบอนุญาตธุรกิจ Buy Now Pay Later (BNPL) และยืนยันว่าดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% เป็นระดับที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่ต้องระวัง คือความกังวลด้านเงินเฟ้อสหรัฐฯ หลังดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) เดือนกันยายนปรับตัวขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งตัวขึ้นจากเดือนสิงหาคม ทิศทางราคาถ่านหิน Newcastle ที่อาจพุ่งทะลุ 350 ดอลลาร์ต่อตันหากก๊าซธรรมชาติยังอยู่ในระดับปัจจุบัน กลุ่มโอเปกพลัสมีมติคงนโยบายผลิตน้ำมันติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เหตุการณ์โจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของ Binance มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ FBI ระบุว่าเป็นฝีมือเกาหลีเหนือ รวมถึงความเสี่ยงจากการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งหากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา จะกระทบต่อนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วง 2 ปีที่เหลือ
ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย GBS แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในช่วงตลาดผันผวน ให้เลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 และ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เนื่องจากประเมินว่าผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะเติบโตอย่างโดดเด่น จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจกลุ่มโรงพยาบาล
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในช่วงนี้ แบ่งเป็นปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (3 พ.ย.) การประกาศดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (5 พ.ย.) ดัชนี PMI ของจีน ยุโรป และสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ขณะที่ปัจจัยในประเทศต้องจับตาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (7-11 ธ.ค.) และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. (23 ธ.ค.)

