
AOT ลุ้นกำไร Q4 โต 23% แตะ 4.91 พันล้าน รับขึ้นค่า PSC โบรกชูเป้า 70 บาท
บล.กรุงศรีคาด AOT กำไรปกติไตรมาส 4 ปีบัญชี 69 แตะ 4,910 ล้านบาท โต 23% จากปีก่อน รับอานิสงส์ปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาท หนุนรายได้ค่าธรรมเนียมพุ่ง 42% พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 70 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2569 (กรกฎาคม–กันยายน 2569) เติบโตอย่างโดดเด่น โดยคาดการณ์กำไรปกติอยู่ที่ 4,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 40% จากไตรมาสก่อนหน้า ได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการปรับเพิ่มอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) ระหว่างประเทศ จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้รายได้จากค่าธรรมเนียมผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ บล.กรุงศรีคาดว่ารายได้รวมของ AOT ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 17,103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ค่าธรรมเนียมผู้โดยสารที่คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการปรับเพิ่มอัตราค่า PSC สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานภายใต้การบริหารของ AOT ยังมีแนวโน้มชะลอตัว โดยคาดว่าจำนวนผู้โดยสารในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 27.8 ล้านคน ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนเที่ยวบินคาดว่าจะอยู่ที่ 180,980 เที่ยวบิน ลดลง 3% จากปีก่อนเช่นเดียวกัน โดยมีสาเหตุสำคัญจากผลกระทบของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าว คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโตของกำไรสุทธิแตกต่างจากกำไรปกติ เนื่องจากผลประกอบการในช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้ามีรายการพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1 ปีบัญชี 2570 (ตุลาคม–ธันวาคม 2569) บล.กรุงศรีประเมินว่ากำไรปกติของ AOT จะเติบโตอย่างโดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากการรับรู้ประโยชน์ของการปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้ปริมาณผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ แม้การท่องเที่ยวในช่วงต้นปีบัญชี 2570 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากความต้องการเดินทางที่ชะลอตัว แต่ข้อมูลการดำเนินงานล่าสุดของ AOT ในเดือนตุลาคม 2569 พบว่ามีผู้โดยสารจำนวน 10.1 ล้านคน ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 24% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่จำนวนเที่ยวบินอยู่ที่ 65,285 เที่ยวบิน ลดลง 2% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 16% จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของกิจกรรมการเดินทางเมื่อเทียบกับเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม บล.กรุงศรียังคงประมาณการจำนวนผู้โดยสารในปีบัญชี 2570 เติบโตประมาณ 5% จากปีก่อน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของ AOT ที่ประเมินการเติบโตไว้ประมาณ 2–3% เล็กน้อย โดยมองว่าการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวจะช่วยสนับสนุนปริมาณการเดินทางในระยะถัดไป
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการทั้งปีบัญชี 2570 (ตุลาคม 2569–กันยายน 2570) บล.กรุงศรียังคงประมาณการกำไรปกติของ AOT อยู่ที่ 28,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มจากการปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารระหว่างประเทศเต็มปีงบประมาณ ประกอบกับการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
นอกจากนี้ บล.กรุงศรียังประเมินว่าแนวโน้มกำไรปกติของ AOT ในช่วงปีบัญชี 2569–2571 จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 20% ต่อปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจท่าอากาศยานในระยะกลาง
ขณะเดียวกัน AOT ยังมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการสายการบิน เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) ที่มีความผันผวนสูงตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้มีความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานต่ำกว่าผู้ประกอบการสายการบิน แม้จำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินยังอาจได้รับผลกระทบจากภาวะการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว
ทั้งนี้ บล.กรุงศรียังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น AOT พร้อมราคาเป้าหมายปีบัญชี 2570 ที่ 70 บาทต่อหุ้น โดยประเมินมูลค่าด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow: DCF) ภายใต้ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) ที่ 7.2% คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ประมาณ 35 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต พร้อมเลือก AOT เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ของกลุ่มการบิน จากแนวโน้มกำไรปกติปีบัญชี 2570 ที่คาดว่าจะเติบโต 53% และความเสี่ยงจากต้นทุนน้ำมันอากาศยานที่ต่ำกว่าธุรกิจสายการบิน

