
GBS มอง SET สัปดาห์นี้ผันผวน แนะสอย MRDIYT-TFG หุ้นเด่นเข้า MSCI
“บล.โกลเบล็ก” ประเมิน SET สัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวน จับตาผลประชุม "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" ชี้ปัจจัยกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย ผสาน กนง. หั่นจีดีพีไทยปี 69 แนะเก็งกำไรหุ้นเข้าดัชนี MSCI
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยนักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม เพื่อลดอุณหภูมิความขัดแย้งทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลให้ประเทศจีนพิจารณาเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ
สำหรับปัจจัยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ ปัจจัยหลักมาจากความพยายามลดอุณหภูมิความขัดแย้งในการประชุมสุดยอดของผู้นำทั้งสองมหาอำนาจ ซึ่งสร้างความคาดหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าและเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรระหว่างกันได้ เสริมด้วยปัจจัยบวกจากการเริ่มเจรจาสันติภาพรอบที่ 3 ระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศได้รับแรงส่งจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศขยายระยะเวลามาตรการผ่อนเกณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 เพื่อช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นและฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย
ส่วนปัจจัยกดดันตลาดที่ต้องระมัดระวัง ได้แก่ คำเตือนของผู้นำจีนต่อกรณีประเด็นไต้หวัน ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปราะบางสำคัญต่อความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ผสานกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนเมษายนที่พุ่งสูงถึง 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกัน เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปีนี้อีก 0.25% โดยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากระดับ 21.5% ในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.) นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังได้ปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยในปี 2569 ลงเหลือ 1.5% จากเดิมที่ระดับ 2.3% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องจับตาปัจจัยด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ได้แก่ การแถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ของไทยโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 รวมถึงการแถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินจาก ธปท. ในช่วงปลายเดือน ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ประกอบด้วย รายงานข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนของจีน, รายงานการจ้างงานและยอดทำสัญญาขายบ้านของสหรัฐฯ ตลอดจนการประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ของธนาคารกลางจีนในวันที่ 20 พฤษภาคม เพื่อใช้ประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในลำดับถัดไป
ด้านกลยุทธ์การลงทุน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย GBS แนะนำให้จับตาการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance ซึ่งจะมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดยในส่วนของดัชนี MSCI Global Small Cap มีหุ้นไทยที่ถูกนำเข้าคำนวณใหม่ที่น่าสนใจ ได้แก่ บริษัท มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT และ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ขณะเดียวกัน แนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังแรงเทขายใน บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เนื่องจากเป็นหลักทรัพย์ที่ถูกนำออกจากดัชนีในรอบนี้

