
YLG ชี้ทองทะลุ 4,100 เหรียญ รับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง ลุ้นขึ้นต่อปี 70
บ.วายแอลจีฯ (YLG) ชี้ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐ รับอานิสงส์พรรคเดโมแครตคว้าชัยการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ลดความตึงเครียดสงครามและกดดันบอนด์ยีลด์ ประเมินทิศทางไตรมาส 4 แกว่ง Sideway ถึง Sideway up ก่อนเข้าสู่รอบขาขึ้นเต็มตัวในปี 70
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG เปิดเผยว่า ช่วงที่เหลือของไตรมาส 4 ประเมินว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ถึง Sideway up เพื่อสะสมแรงซื้อก่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) อย่างแข็งแกร่งในปี 2570 โดยประเมินแนวรับระยะสั้นที่ 4,050 – 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับสำคัญที่ 3,870 – 3,840 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 4,160 – 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ผ่านจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม แต่หากผ่านได้จะเปิดมุมมองเชิงบวกสู่แนวต้านถัดไปที่ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ ประเมินโซนแนวรับที่ 64,000 – 60,750 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งสามารถใช้เป็นกรอบทยอยสะสม ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 65,900 – 66,400 บาทต่อบาททองคำ หากทะลุผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 69,200 บาทต่อบาททองคำ
ทั้งนี้ ราคาทองคำปรับตัวทะลุระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ จากชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจสิ้นสุดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนัก ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yields) ที่ปรับตัวลดลง เพิ่มความน่าสนใจให้กับทองคำ
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยอมรับว่าพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้เนื่องจากประเด็นสงครามและราคาน้ำมัน พร้อมส่งสัญญาณว่ายังไม่มีแผนยกระดับการโจมตีอิหร่านในทันที นอกจากนี้ การที่พรรคเดโมแครตเข้ามาคานอำนาจจะช่วยจำกัดงบประมาณสนับสนุนสงครามและลดการขยายตัวของการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งจะบรรเทาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง คลายแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่จำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงดึงดูดเม็ดเงินกลับเข้าพันธบัตรรัฐบาลและกดดันให้ Bond Yield ย่อตัวลง
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตาตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ศุกร์นี้เพื่อประเมินทิศทางนโยบายของ Fed โดยข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่ามีโอกาส 79% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ แต่ตลาดเริ่มคาดหวังถึงฉากทัศน์การขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว (One and Done) ในรอบนี้และตรึงไว้ระยะหนึ่ง หากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสามารถกดเงินเฟ้อลงได้ตามคาด

