MALEE รุกธุรกิจความงาม! ส่ง MAS โชว์ 3 นวัตกรรมใหม่ในงาน in-cosmetics Asia 2026

MALEE เดินหน้าสร้าง New S-Curve ผ่านบริษัทลูก MAS เปิดตัว 3 นวัตกรรมดูแลผิวระดับเซลล์ MELANOXY–PYCNESIA–RAMBINAL ในงาน in-cosmetics Asia 2026 ชูเทคโนโลยีนำส่งสารสำคัญและเพิ่มมูลค่าพืชเกษตรไทย พร้อมขยายเครือข่ายพันธมิตร B2B ทั่วโลก


บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เดินหน้าขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรมความงาม เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ (New S-Curve) ผ่านบริษัทในเครือ บริษัท มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ จำกัด หรือ Malee Applied Sciences (MAS) โดยเข้าร่วมงาน in-cosmetics Asia 2026 ระหว่างวันที่ 3–5 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) พร้อมเปิดตัววัตถุดิบนวัตกรรมดูแลผิว 3 รายการ ได้แก่ MELANOXY®, PYCNESIA™ และ RAMBINAL® เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MALEE เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งสร้างการเติบโตผ่านธุรกิจใหม่ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาของ MAS เข้าสู่อุตสาหกรรมความงามอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมนำเสนอศักยภาพด้านวัตถุดิบเครื่องสำอาง เทคโนโลยีการนำส่งสารสำคัญ และนวัตกรรมที่พัฒนาจากทรัพยากรเกษตรไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการและพันธมิตรว่าอุตสาหกรรมความงามไทย หรือ T-Beauty มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล

สำหรับการดำเนินงานของ MAS มุ่งใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep-Tech) และนวัตกรรมที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Science-based Innovation) ในการวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบความงาม รวมถึงการศึกษาสารสำคัญและการสร้างหลักฐานพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากรเกษตรไทยผ่านแนวคิด Upcycled Plant Innovation

ที่ผ่านมา MAS ได้พัฒนาวัตถุดิบจากพืชเกษตรไทย อาทิ ORENIX® ซึ่งสกัดจากเปลือกส้ม เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอและฝ้า รวมถึง ACNOTRIX® จากมะพร้าว สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวและผิวบอบบาง ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมชีวภาพในกลุ่ม BioXc ที่มุ่งศึกษาสารสำคัญจากพืชไทย เช่น Exosome และ PDRN เพื่อต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในอนาคต

ทั้งนี้ MALEE ประเมินว่าอุตสาหกรรมความงามไทยยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Euromonitor International ซึ่งระบุว่า ในปี 2568 ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายของไทยมีมูลค่าค้าปลีกประมาณ 270,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือสกินแคร์ มีมูลค่าประมาณ 106,000 ล้านบาท เติบโต 7%

การเข้าร่วมงาน in-cosmetics Asia 2026 จึงเป็นโอกาสสำคัญของ MAS ในการนำเสนอเทคโนโลยีและขยายเครือข่ายธุรกิจแบบ B2B กับผู้ผลิตเครื่องสำอางแบบรับจ้างผลิต (OEM/ODM) เจ้าของแบรนด์ และผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบจากทั่วโลก เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในระยะยาว

ด้าน ดร.ศุภเกียรติ คำบุทอง กรรมการผู้จัดการ MAS เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการห่อหุ้มและนำส่งสารสำคัญ รวมถึงการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตรไทย มาพัฒนาเป็นวัตถุดิบนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวเฉพาะด้านและช่วยสร้างความแตกต่างให้แก่ผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์

ปัจจุบัน MAS มีเทคโนโลยีสำคัญ 5 กลุ่ม ได้แก่ DBDS, CTDS, TDDS, TFDS และ CAPSEAL2X ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องสารสำคัญ สนับสนุนความคงตัว และเพิ่มประสิทธิภาพการนำสารไปใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทสามารถให้บริการตั้งแต่การคัดเลือกสารสำคัญ การออกแบบระบบนำส่ง ไปจนถึงการพัฒนาวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประเภทต่าง ๆ

สำหรับวัตถุดิบนวัตกรรมใหม่ 3 รายการที่เปิดตัวภายในงาน ประกอบด้วย MELANOXY® วัตถุดิบที่ผสานเทคโนโลยีการห่อหุ้มและนำส่งสารสำคัญกลุ่ม Tranexamic Acid ร่วมกับวิตามินซีและวิตามินบี 3 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และฝ้า ภายใต้แนวคิด Melanophagy ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเม็ดสีเมลานินภายในเซลล์

PYCNESIA™ เป็นวัตถุดิบที่พัฒนาจากสารสกัดเปลือกสนฝรั่งเศส (French Maritime Pine Bark) ซึ่งมีสารสำคัญในกลุ่มโปรไซยานิดิน โดยนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีการห่อหุ้มและนำส่งสารของ MAS เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมตามวัย สอดคล้องกับแนวคิด Skin Longevity หรือการดูแลให้ผิวคงสุขภาพดีในระยะยาว

ขณะที่ RAMBINAL® เป็นสารสกัดจากเปลือกเงาะ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร นำมาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีการห่อหุ้มและนำส่งสารสำคัญ เพื่อพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย โดยมีแนวทางการศึกษาคุณสมบัติเทียบเคียงสารกลุ่ม Retinal และกลไกที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์ รวมถึงเซลล์ชราภาพ (Senescent Cells) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ MAS ยังจัดพิธีมอบรางวัล TRUST DOSE AWARD 2026 เพื่อยกย่องผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และมาตรฐานความปลอดภัย รวมจำนวน 10 ราย แบ่งเป็น 3 สาขา

สาขา The Best T-Beauty Innovation Skincare Creator มอบให้แก่ผู้ผลิตที่มีความโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ความงาม ได้แก่ บริษัท เวก้า เนเชอรัล จำกัด และบริษัท เอฟซี ลาบอราทอรี่ จำกัด

สาขา The Best T-Beauty Innovation Skincare Excellence มอบให้แก่แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบนวัตกรรมในปริมาณและสัดส่วนที่สอดคล้องกับผลการวิจัยและการศึกษาทางคลินิก ได้แก่ MizuMi, GRAVICH, The Charming Garden, Giffarine และ Her Hyness

ส่วนสาขา The Best T-Beauty Innovation Skincare Pioneer มอบให้แก่แบรนด์ที่ริเริ่มนำนวัตกรรมใหม่มาต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงาม ได้แก่ The Skinlist, HERBITAGE และ RAITHAI

สำหรับทิศทางธุรกิจหลังการเข้าร่วมงานดังกล่าว MAS ตั้งเป้าขยายความร่วมมือกับโรงงานผู้ผลิต OEM/ODM ผู้ผลิตรายใหญ่ และเจ้าของแบรนด์ในประเทศไทย เพื่อร่วมพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนขยายโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น และยุโรป ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมวัตถุดิบ การร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการขยายช่องทางจำหน่ายร่วมกับพันธมิตร พร้อมสานต่อการเจรจาทางการค้า การทดสอบวัตถุดิบในสูตรผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาความร่วมมือระยะยาว เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ MAS และผลักดันอุตสาหกรรม T-Beauty ให้มีบทบาทในตลาดความงามระดับโลกมากขึ้น

Back to top button