
KKPS ผนึก Goldman Sachs ชี้ 3 ปัจจัยพลิกโลก หนี้พุ่ง-AI-ภูมิรัฐศาสตร์ กดดันลงทุน
KKPS ร่วมกับ Goldman Sachs Asset Management ประเมินโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดทุนโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ เตือนนักลงทุนรับมือ 3 ความท้าทายหลัก “ต้นทุนเงินทุนพุ่ง-เม็ดเงินลงทุน AI สะพัด-ภูมิรัฐศาสตร์เดือด” ชี้หนี้สาธารณะโลกจ่อทะลุ 100% ต่อจีดีพี ดันดอกเบี้ยค้างสูง ขณะที่การลงทุน AI ทั่วโลกเตรียมทะยานแตะ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2570 หวั่นผลตอบแทนไม่คุ้มทุนและตลาดกระจุกตัว
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS และ Goldman Sachs Asset Management จัดงานสัมมนา “The World Has Changed” โดยมี ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร พร้อมด้วย ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP ร่วมเปิดมุมมองการลงทุนที่กำลังมีความซับซ้อนมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1.ต้นทุนเงินทุนสูงและหนี้โลกพุ่ง: ภาระหนี้สาธารณะทั่วโลกหลังวิกฤตโควิด-19 ปรับตัวสูงขึ้น และมีแนวโน้มทะลุ 100% ของ GDP ภายในปี 2572 สิ่งนี้ทำให้เกิดการแย่งชิงเงินทุนและความเสี่ยงด้านการคลัง ภาครัฐมีความต้องการระดมทุนสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวมีโอกาสทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง แม้ธนาคารกลางอาจลดดอกเบี้ยนโยบายลงบ้าง แรงกดดันดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจ และการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย
2.เม็ดเงินลงทุน AI แตะ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนการลงทุนโลก โดยคาดว่าเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI จะเพิ่มขึ้นจาก 4.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 เป็น 8.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และพุ่งแตะ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570 อย่างไรก็ตาม KKP เตือนให้นักลงทุนระมัดระวังความเสี่ยงด้านผลตอบแทนจากการลงทุน (ROIC) หากรายได้ไม่คุ้มค่ากับต้นทุน บริษัทที่ลงทุนมหาศาลอาจเผชิญปัญหากระแสเงินสด นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวสูง โดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 10 แห่ง กินสัดส่วนมูลค่าถึง 37% ของดัชนี S&P500 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าช่วงฟองสบู่ดอตคอม (27%)
3.ภูมิรัฐศาสตร์ดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อ: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ในระดับสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะลากยาวกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า การลงทุนด้านพลังงานเพื่อความมั่นคงทั่วโลกในปี 2569 จะสูงถึง 3.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (แบ่งเป็นพลังงานสะอาด 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ และฟอสซิล 1.2 ล้านล้านดอลลาร์) สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงาน จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

