
BA ลุ้นกำไร Q3 โต 165% แตะ 940 ล้าน รับผู้โดยสารสมุยพุ่ง โบรกแนะซื้อเป้า 25 บาท
บล.เกียรตินาคินภัทร คาด BA กำไรปกติไตรมาส 3/69 แตะ 940 ล้านบาท โต 165% QoQ แม้ลดลง 12% YoY รับผู้โดยสารเส้นทางสมุยเพิ่ม 10–12% หนุนรายได้ค่าโดยสารเติบโต แม้เผชิญต้นทุนน้ำมันพุ่ง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 2 พ.ย.69 ว่า แนวโน้มผลประกอบการของ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 940 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 165% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการดำเนินงานในเส้นทางเกาะสมุยที่ยังแข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณผู้โดยสารรวมในไตรมาส 3/2569 จะเพิ่มขึ้น 1–2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากจำนวนผู้โดยสารเส้นทางเกาะสมุยที่คาดว่าจะเติบโต 10–12% ขณะที่อัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3–4 จุดเปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ระดับ 79–80% ประกอบกับค่าโดยสารเฉลี่ยที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 4–5% ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อผู้โดยสาร (Passenger Yield) เพิ่มขึ้นประมาณ 7% และสนับสนุนให้รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารเติบโต 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่สายการบินคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ค่าบริการผู้โดยสาร (Passenger Service Charge: PSC) ที่ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้านต้นทุนการดำเนินงานยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันอากาศยานในตลาดจรที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 35–40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนอื่นที่ไม่รวมเชื้อเพลิงคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6–7% ส่วนรายได้จากการให้บริการร่วมกับพันธมิตร (Codeshare) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3–5% โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจขนส่งสินค้า
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 KKPS ประเมินว่าผลประกอบการของ BA มีแนวโน้มชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งระบุว่าจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินสมุยในเดือนตุลาคมลดลง 8–9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงช่วงวันหยุดเทศกาลสุคคต (Sukkot) ของนักท่องเที่ยวอิสราเอล ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 26 กันยายน–2 ตุลาคม 2569 เทียบกับวันที่ 7–13 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้ความต้องการเดินทางบางส่วนอาจเลื่อนจากเดือนตุลาคมมาอยู่ในเดือนกันยายนแทน
ขณะเดียวกัน BA ได้ปรับลดจำนวนเที่ยวบินในเส้นทางเกาะสมุยลงประมาณ 6–7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางที่ชะลอตัว และรักษาระดับอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม คาดว่าจำนวนผู้โดยสารเส้นทางเกาะสมุยจะเริ่มฟื้นตัวในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันอากาศยานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 140–150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในไตรมาส 3/2569 มาอยู่ที่ประมาณ 170–180 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงไตรมาส 4/2569 จนถึงปัจจุบัน ยังเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการดำเนินงาน โดย KKPS คาดว่ากำไรในไตรมาส 4/2569 จะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2569 ของ BA ไว้ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน ซึ่งถือเป็นผลประกอบการที่แข็งแกร่งเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่
สำหรับประมาณการผลประกอบการระยะยาว KKPS ยังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปรับปรุงปี 2569 อยู่ที่ 3,469 ล้านบาท ลดลง 8.4% จากปีก่อน ก่อนฟื้นตัวเป็น 3,991 ล้านบาท ในปี 2570 เพิ่มขึ้น 15.1% และเพิ่มขึ้นเป็น 4,242 ล้านบาท ในปี 2571 หรือเติบโตอีก 6.3%
ทั้งนี้ แม้ฝ่ายวิจัยจะปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยปี 2569 จาก 132 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 145 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวจะได้รับการชดเชยเป็นส่วนใหญ่จากการปรับเพิ่มขึ้นของค่าโดยสาร ทำให้ยังคงประมาณการกำไรเดิมไว้
ทั้งนี้ KKPS ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BA ให้ราคาเป้าหมาย 25 บาทต่อหุ้น เทียบกับราคาหุ้นอ้างอิงที่ 17.80 บาท คิดเป็นโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 40.45% โดยมองว่าความต้องการเดินทางไปเกาะสมุยยังมีความแข็งแกร่ง แม้ค่าโดยสารปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับน่าสนใจ โดยซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ปี 2570 ประมาณ 9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหุ้นสายการบินในภูมิภาคที่ระดับ 13 เท่า อีกทั้งคาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 7% ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านการปรับตัวลดลงของราคาหุ้น

