
“บล.ฟิลลิป” ชูกลุ่มปันผลสูง-กำไรแกร่ง หลบแรงขายหุ้น AI สหรัฐฯ
บล.ฟิลลิป (PST) มองตลาดหุ้นไทยร่วงทดสอบแนวรับ 1,450 จุด หลังดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งแรงจากความกังวลในอุตสาหกรรม AI และนโยบายของพรรคเดโมแครต โบรกเกอร์แนะชะลอลงทุน เน้นสะสมหุ้นปันผลปลอดภัย และหุ้นที่คาดว่างบครึ่งปีหลังจะเติบโตแข็งแกร่ง ชู AOT-SINGER เป็นหุ้นเด่น
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PST ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย (SET Index) คาดว่าจะปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,475 จุด โดยมีสาเหตุหลักมาจากแรงเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งดัชนี Nasdaq, S&P500 และ Dow Jones ปรับตัวลดลง 5.52%, 4.36% และ 3.44% ตามลำดับ ท่ามกลางดัชนีความผันผวน (Vix Index) ที่พุ่งทะลุระดับ 25 จุด หรือเพิ่มขึ้นกว่า 69.66% บ่งชี้ถึงภาวะที่นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) อย่างเต็มรูปแบบ
โดยปัจจัยกดดันตลาดโลกมาจากความกังวลด้านการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง หลังจากไมโครซอฟท์แสดงความกังวลต่ออุตสาหกรรมนีโอคลาวด์ ว่าการกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI นั้นจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ นอกจากนี้ ชัยชนะของพรรคเดโมแครตที่ได้ครองเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จ (Blue Sweep) อาจนำไปสู่การบังคับใช้กฎระเบียบด้าน AI ที่เข้มงวดขึ้นจนสร้างแรงเทขายทั่วโลก (Red Sweep) ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงห่วงโซ่อุปทานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่ของไทยอย่าง บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ที่อาจเผชิญแรงขายเพื่อลดความเสี่ยง
สำหรับปัจจัยในประเทศ บทวิเคราะห์ประเมินว่าตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ของไทยในเดือนตุลาคม 2569 จะขยายตัวสูงถึง 3.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งตัวขึ้นจากระดับ 2.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในเดือนกันยายน ซึ่งตัวเลขที่สูงกว่ากรอบเป้าหมาย 3% นี้ ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอาจนำไปสู่การพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทย และจะกลับมากดดันการขยายตัวรวมถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในระยะสั้น
ด้านกลยุทธ์การลงทุน โบรกเกอร์แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเร่งเพิ่มสถานะพอร์ตในวันนี้ และเน้นทยอยสะสมหุ้นที่มีความแข็งแกร่งใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มที่คาดว่ากำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 3/2569 จะเติบโต เช่น บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH, บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG, บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG, บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7, บริษัท มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT, บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER
2.กลุ่มที่มีแนวโน้มไตรมาส 4/2569 สดใส: บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL, บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO, บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU
3.กลุ่มหุ้นปันผลและหุ้นปลอดภัย: กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง หรือ VAYU1, กองทุนเปิดไทยเด็กซ์ SET High Dividend 30 ETF หรือ 1DIV, บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW, บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, กองทรัสต์ WHAIR และกองทรัสต์ LHHOTEL
4.กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบย่อตัว: บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC และ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO
พร้อมกันนี้ โบรกเกอร์ได้คัดเลือกหุ้นเด่นประจำวัน (Picks of the day) จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ AOT แนะนำ “ซื้อ” กำหนดเป้าหมายที่ 62.50-63.00 บาท และแนวรับที่ 60.00-60.50 บาท คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 4/2569 จะเติบโตโดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมเดินหน้าแผนขยายขีดความสามารถระยะยาว
รวมถึง SINGER: แนะนำ “ซื้อ” กำหนดเป้าหมายที่ 14.60-14.90 บาท และแนวรับที่ 13.20-13.70 บาท ได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อประเภท Locked phone ซึ่งคาดว่าจะทำให้กำไรในไตรมาส 3/2569 เติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ การล้างขาดทุนสะสมจะส่งผลให้บริษัทสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลได้เร็วขึ้น

