สบช่องซื้อ JR ช่วงอ่อนตัว “ฟินันเซียฯ” ลุ้นกำไรปี 64-65 โตแกร่งรับ Backlog สูง!


บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ (22 ก.พ.2564) หลังจากกำไรไตรมาส 4/2563 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ซึ่ง บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR ประกาศกำไรปกติไตรมาส 4/2563 ที่ 24 ลบ. -27.5% จากไตรมาสก่อน +22.6% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนดีกว่าคาดเล็กน้อย 6% โดยการหดตัวจากไตรมาสก่อน เกิดจากในไตรมาส 3/2563 JR มีรายได้จากการขาย 143 ลบ.ซึ่งเป็นส่วนที่เข้ามาเป็นครั้งคราว โดยไตรมาส 4/2563 ไม่มีรายได้ในส่วนดังกล่าวหนุนทำให้รายได้ -24.1% จากไตรมาสก่อน

อย่างไรก็ตามในแง่จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน มีการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ในมือจำนวน 6,170 ลบ. ณ สิ้น ไตรมาส 3/2563 ส่งผลให้รายได้จากเติบโต +67.6% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ส่วน Gross Margin คาดชะลอลงเหลือ 14.2% ในไตรมาสนี้จาก 21.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังใกล้เคียงไตรมาส 3/2563 ซึ่งอยู่ที่ 14% จบปี 2563 JR มีกำไรปกติ88 ลบ. +45.2% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน

ขณะที่ในไตรมาส 4/2563 บริษัทมีการรับงานใหม่เพิ่มอีก 4 โครงการมูลค่ารวม 230 ลบ. ทั้งในส่วนงานบริการรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารฯ ซึ่งทำให้ Backlog ณ สิ้น ไตรมาส 4/2563 ยังเหนือ 6 พันลบ. ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปี 2564-2566 ประเมินว่าทั้งรายได้และกำไรของ JR จะเห็นการเติบโตจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ในทุกๆไตรมาสของปี 2564 โดยจะเห็นการเร่งตัวอย่างชัดเจนและมีนัยยะในไตรมาส 2/2564 เป็นต้นไปจากการรับรู้รายได้ในอัตราเร่ง

สำหรับโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินแนวรถไฟฟ้าสีเหลือง และชมพูเฟสแรก ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2564 ที่ 290 ลบ. +229.3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน นอกจากนี้ยังคาดว่า JR มีโอกาสเซ็นงานใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมีสถานะเป็น Net Cash ไม่มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ย รวมถึงโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและชมพูเฟสที่ 2 มูลค่าอีกราว 6 พันลบ.ปลายปีนี้ คาดหนุนให้ Backlog ทะลุ 1 หมี่นลบ.ได้

ทั้งนี้ราคาหุ้นปรับฐานเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” โดยยังคงราคาเป้าหมายของ JR ที่ 8.80 บาท (อิง PE 23 เท่า) โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับฐานแรงจนทำให้ Upside เริ่มกว้างขึ้น โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ Backlog ในมือที่สูงและรองรับประมาณการรายได้ในปี 2564-2565 ไปแล้วราว 80% ซึ่งทำให้ Downside ของประมาณการจำกัด มองจังหวะอ่อนตัวเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” และรับปันผล 0.06 บาท/หุ้น (Dividend Yield)

 

Back to top button