TRUBB ดีดบวก 6% แนวโน้มผลงานปี 64 สดใส-ปักเป้ารายได้โตเกิน 10%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB ล่าสุด ณ เวลา 11.18 น. อยู่ที่ระดับ 2.64 บาท ปรับตัวขึ้น 0.14 บาท หรือ 5.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 110.67 ล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2563 มีกำไรสุทธิ 24.16 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนขาดทุนสุทธิ 351.72 ล้านบาท

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล ประธานกรรมการ บมจ.ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป (TRUBB) เปิดเผยว่า บริษัทคาดปี 64 กำไรสุทธิดีกว่าปีก่อน ตามรายได้ที่น่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% เนื่องจากกลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูปที่ยังเติบโตต่อเนื่อง และยังสร้างอัตรากำไร (มาร์จิ้น) ที่ดีกว่าปีก่อน รับอานิสงส์สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้มีความต้องการถุงมือยางค่อนข้างมาก จึงส่งผลดีต่อตลาดน้ำยางข้นเติบโตมากกว่าปกติ บริษัทจึงสามารถเรียกมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นได้

ขณะที่สถานการณ์ราคายางในปีนี้ถือว่าดีกว่าปีก่อน โดยราคายางปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 50 บาท/กิโลกรัม  จึงทำให้มั่นใจว่าผลประกอบการโดยรวมของบริษัทในปีนี้จะไม่มีผลขาดทุนจากสต็อก และจากการที่ TRUBB ได้จัดตั้งบริษัท ไทยรับเบอร์โกลฟส์ จำกัด ผลิตถุงมือยาง ทั้งประเภทที่ใช้ในทางการแพทย์และเอนกประสงค์ กำลังการผลิตรวม 60 ล้านชิ้น/เดือน เพื่อขายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ โดยจะใช้โรงงานที่มีอยู่ 2 แห่งใน จ.ชลบุรี และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ปัจจุบันปล่อยเช่าอยู่และจะหมดสัญญาเช่าเร็ว ๆ นี้มาดำเนินการต่อ คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ภายในไตรมาส 1/64 และรับรู้รายได้เข้ามาทันที

ทั้งนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรหลายรายที่สนใจเข้าร่วมลงทุน (JV) ในธุรกิจถุงมือยางดังกล่าว คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะเข้ามาช่วยต่อยอดธุรกิจในด้านการขยายตลาด เนื่องจากบริษัทมีแผนส่งออกถุงมือยางไปในตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งในแถบทวีปยุโรปและสหรัฐ เป็นต้น

นอกจากนั้น แผนงานในปีนี้ บริษัทย่อย คือ บมจ.เวิลด์เฟล็กซ์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเส้นด้ายยางยืดจากน้ำยางธรรมชาติ อยู่ระหว่างเตรียมยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) คาดว่าจะดำเนินการได้ในไตรมาส 2/64 หรือ ไตรมาส 3/64 คาดหวังว่าจะได้รับการอนุมัติและเข้าจดทะเบียนใน mai ภายในปี 64 โดยมี บล.เคทีบีเอสที (KTBST) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

“ในปี 64 เราคาดว่ารายได้ต้องโตอย่างน้อย 10% โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจถุงมือยาง และบริษัทลูกที่จะเข้าตลาดในปีนี้ เพื่อระดมทุนขยายกำลังการผลิต” นายวรเทพ กล่าว

 

Back to top button