SICT ไตรมาส 1 กำไรเพิ่ม 29% แตะ 20 ลบ. รับรายได้เพิ่ม จ่อปันผล 0.043 บ.

SICT ไตรมาส 1 กำไรเพิ่ม 29% แตะ 20 ลบ. จากปีก่อนกำไร 15.58 ลบ. รับรายได้ขาย-บริการเพิ่ม พร้อมประกาศจ่ายปันผล 0.043 บ.


บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/64 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2564 ดังนี้

โดยผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าวมีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 1/2564 มีจำนวน 101.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ขณะที่ บริษัทฯ เปิดเผยว่า ถึงแม้จะมีปัจจัยท้าทายจากสถานการณ์ขาดแคลนไมโครชิพในตลาดและสถานการณ์โควิด-19 แต่บริษัทก็ยังมีผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ที่เกินความคาดหมาย โดยรายได้รวมของบริษัทในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 มีจำนวน 101.3 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขับเคลื่อนโดยกลุ่ม Animal ID เป็นหลัก และเติบโตขึ้น 11% จากไตรมาสก่อนหน้า จากกลุ่ม Animal ID และกลุ่ม Immobilizer โดยรายได้ในกลุ่ม Animal ID ในไตรมาสนี้ เติบโตขึ้นจากการมีคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายใหญ่ 3 ราย นอกจากนี้ ณ ปัจจุบัน บริษัทมี Backlog (Sale Order) รองรับช่วงที่เหลือของปี 2564 ไปแล้วกว่า 80% ของเป้าหมายรายได้รวม

ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการวิจัยและพัฒนาที่กำลังเร่งดำเนินการกว่า 10 โครงการ อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาชั้นนำและเงินทุนสนับสนุนจากองค์กรภายนอก และมีการศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งมีฐานมาจากกลุ่ม RFID ที่จะสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจในโลกใหม่ที่มีแนวโน้มการพึ่งพาเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างมาก โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถเพิ่มความสะดวกสบาย สร้างการเชื่อมต่อ สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้ ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินธุรกิจต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น Smart Farm, Smart Home, Smart Packaging, Digital Health, Electric Vehicle เป็นต้น เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายระยะยาวที่วางไว้

โดยปัจจุบัน ตลาดที่สำคัญของบริษัทตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย และประเทศจีน ซึ่งยังมีความต้องการสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในพื้นที่อื่นๆที่บริษัทกำลังขยายตลาดออกไป เช่น สหรัฐอเมริกา อินเดีย และสแกนดิเนเวีย เป็นต้น และเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน บริษัทได้มุ่งเน้นการใช้ช่องทางออนไลน์ในการทำการขายและจัดกิจกรรมทางการตลาด (Digital Marketing) ซึ่งสร้างความสะดวกและมีค่าใช้จ่ายต่ำ เช่น Online Conference, Webinar กับคู่ค้าในต่างประเทศ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และยังสร้างโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นที่น่าพอใจ

ขณะที่ บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2563 ในอัตรา 0.043 บาทต่อหุ้น โดยคิดเป็น 50% ของกำไรสุทธิ ให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 นี้อีกด้วย

Back to top button