AGE ปั้นรายได้ปี 64 แตะหมื่นลบ. เน้นเจาะตลาดถ่านหิน-โลจิสติกส์ รับดีมานด์ฟื้น!


บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 มีกำไรสุทธิ 120.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 193.8% จาก 41.72 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร AGE เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการโลจิสติกส์ฯ 2,846.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายถ่านหินที่ 2,743.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และรายได้จากธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ฯที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  8.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กำไรสุทธิ แตะระดับที่ 121 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 193.8% ที่มีกำไรสุทธิ 41.2 ล้านบาท

โดยสาเหตุที่ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมถ่านหินตั้งแต่ปลายปี 2563 ที่ผ่านมา มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเริ่มมีการส่งสัญญาณบวกตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/2563 ที่ผ่านมา และบริษัทฯ ได้มีการดำเนินการตามแผนขยายยอดขายทั้งใน และต่างประเทศ โดยจะเห็นได้จากปริมาณการขายในประเทศ อยู่ที่ 1.28 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 27.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ปริมาณการขายในต่างประเทศ อยู่ที่ 0.15 ล้านตัน ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2564 บริษัทฯ มีปริมาณการจำหน่ายถ่านหินรวม อยู่ที่ 1.43 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 36.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับรายได้จากการให้บริการโลจิสติกส์ฯ ซึ่งให้บริการบริษัทในเครือ และกลุ่มลูกค้าภายนอก ในไตรมาสนี้ อยู่ที่ 463 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มลูกค้าภายนอกที่ 102.9 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 2/2564 บริษัทฯ มุ่งเน้นเจาะตลาดถ่านหินในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้น ซึ่งจากกลยุทธ์การขยายตลาดถ่านหินรวมถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตยอดขายถ่านหินในปีนี้ไว้ที่ 5.5 ล้านตัน แบ่งเป็นยอดจำหน่ายในประเทศ 3.5 ล้านตัน และต่างประเทศ 2 ล้านตัน โดยปัจจุบันบริษัทฯ มียอดคำสั่งซื้อถ่านหินในมือ (Back log) ประมาณ 1 ล้านตัน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนการลงทุนเชิงรุกในส่วนของธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ฯ โดยล่าสุดได้มีการเข้าทำสัญญาเช่ากิจการท่าเรือ 3 ท่า และโกดังสินค้า 5 หลัง ภายใต้บริษัทร่วมทุนชื่อ บริษัท เอจีอี พอร์ตเซอร์วิส จำกัด บนพื้นที่ทั้งหมด 31 ไร่ ที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้บริษัทฯ มีท่าเรือเพิ่ม จาก 3 ท่า เป็น 6 ท่า และมีแผนลงทุนรถบรรทุกเพิ่มอีก 50 คัน ส่งผลให้มั่นใจว่าปีนี้รายได้ของบริษัทฯ จะเติบโตแตะระดับ 11,000 ล้านบาท ตามแผนธุรกิจที่วางไว้

“ทั้งนี้แม้ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังไม่คลี่คลายมากนัก แต่บริษัทฯ ก็ยังประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันในส่วนของลูกค้าของบริษัทฯ ยังคงเดินเครื่องดำเนินการผลิตโดยปกติ และบริษัทฯ ยังคงใช้กลยุทธ์แผนขยายการลงทุนที่ระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ฯ และธุรกิจถ่านหิน โดยคำนึกถึงผลประโยชน์และความมั่นคงด้านอัตราการเติบโตของธุรกิจเป็นสำคัญ” นายพนม ควรสถาพร กล่าว

Back to top button