เปิดโผ 40 หุ้นโชว์งบฯ Q1 “พลิกกำไร” สะท้อนธุรกิจปี 64 เทิร์นอะราวด์

"ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์" จัดอันดับ 40 หุ้นประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/64 ออกมา “พลิกกำไร” โดยเป็นที่น่าจับตาว่าธุรกิจในปี 64 จะเติบโตแบบเทิร์นอะราวด์


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมข้อมูลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หลังทยอยประกาศงบไตรมาส 1/2564 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค.2564 มานำเสนอ เพื่อให้เห็นแนวโน้มผลการดำเนินงานในงวดดังกล่าวและให้เห็นทิศทางธุรกิจในไตรมาสที่เหลือของปีนี้

โดยครั้งนี้ได้ทำการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนจำนวน 40 แห่ง ที่มีผลการดำเนินงานฟื้นตัว หรือเทิร์นอะราวด์ จนสามารถพลิกมีกำไรได้ในไตรมาสนี้มานำเสนอ (จัดลำดับจาก % การเทิร์นอะราวด์) ตามตารางประกอบ ดังนี้

โดยก่อนหน้านี้ นายกิตติ พัวถาวรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้จะ Turnaround พลิกกลับมามีกำไรตั้งแต่ไตรมาส 1/64 หลังจากในปีก่อนบริษัทมีการบันทึกผลขาดทุนและรายจ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างบริษัทย่อย คือ บริษัท แอลจี คอนเทนเนอร์ ไลน์ จำกัด หรือ (LG TH) ซึ่งทำธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่องบการเงินรวม แต่ในปีนี้จะไม่มีรายจ่ายพิเศษดังกล่าวแล้ว

ขณะที่ทุกธุรกิจในเครือมีทิศทางดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ที่กำลังขาดแคลนอย่างหนัก ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งของบริษัท และ LG TH ที่มีอยู่รวมกันราว 2 พันตู้ มียอดจองล่วงหน้าเข้ามาล้นไปตลอดทั้งปีแล้ว และสามารถปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้นตามดีมานด์-ซัพพลาย ซึ่งขณะนี้มีอัตราค่าเช่าตู้สูงขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว ขณะที่บริษัทมีพื้นที่ระวางเรือรองรับการให้บริการขนส่งได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนธุรกิจขนส่งทางอากาศเริ่มกลับมาฟื้นตัวบ้างแล้ว แต่ในส่วนของบริการด้านผู้โดยสารที่บริษัทเป็นตัวแทนของสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ ยังไม่สามารถกลับมาทำได้ตามปกติที่เคยขายตั๋วโดยสารให้กับผู้ที่เดินทางไป-มาระหว่างประเทศไทยและอิสราเอล โดยเฉพาะแรงงานไทย ซึ่งเคยสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้ถึงราวปีละ 500 ล้านบาท หากการเดินทางระหว่างประเทศกลับสู่ปกติก็คาดว่าจะมีรายได้ในส่วนนี้กลับคืนมา แต่เชื่อว่าคงจะไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีแผนจะสร้างรายได้เสริม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเซ็นสัญญางานใหม่ที่จะรับจ้างบริหารด้านโลจิสติกส์ให้กับหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่ง ระยะเวลาสัญญา 5 ปี คาดว่าจะมีรายได้ราวปีละ 10 ล้านบาท และเป็นธุรกิจที่มีกำไรสูง เพราะไม่มีต้นทุน ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีคตวามชัดเจนภายในเดือน มิ.ย.นี้

นอกจากนั้น ธุรกิจน้ำยาล้างไต ภายใต้ บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด (GWM) ที่ NCL ถือหุ้นในสัดส่วน 55% นั้น ขณะนี้มีการขยายศูนย์ฟอกไตเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่ง และมีกำลังการผลิตน้ำยาล้างไต 1.2 แสนแกลลอน/เดือน คาดว่าจะสร้างรายได้ราวปีละ 100 ล้านบาท อีกทั้งอยู่ระหว่างการสร้างโรงงานผลิตแอลกอฮอล์ ซึ่งใกล้จะแล้วเสร็จในช่วงต้นปีนี้ และเตรียมนำเข้าน้ำเกลือทางการแพทย์เข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติมด้วย เป็นการต่อยอดจากธุรกิจฟอกไต

นายกิตติ ยังกล่าวอีกว่า ในปีนี้ถือเป็นปีที่จะเก็บเกี่ยวผลของการลงทุนก่อนหน้านี้ ซึ่งบริษัทจะยังไม่มีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม หรือซื้อกิจการใหม่เข้ามาอีก แต่อาจจะมีการเช่าพื้นที่เพื่อสร้างคลังสินค้าเป็นของตัวเองภายในปีนี้

ด้านนายแพทย์วิเชียร แพทยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บนทำเลศักยภาพ เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2564 สดใสและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โกยกำไรรวมสุทธิ 40.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันเมื่อปีก่อน 41.95 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 2,440 โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 352.99 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 119.48 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 51.17 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

โดยมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการพร้อมอยู่ แบงค์คอก ฮอไรซอน ไลท์ @ สถานีเพชรเกษม 48 ที่มีลูกค้าให้ความสนใจโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการวางแผนการตลาดที่ตรงกลุ่มเรียลดีมานด์ และความสามารถในการบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดียิ่งขึ้น

ประกอบกับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากลูกค้าในคุณภาพสินค้าและการบริการ ทำให้ CMC รับมือกับความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาส 1/2564 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น ซึ่งเป็นสัญญาณแห่งความหวังที่ดีสู่ยุคแห่งความยั่งยืน

ด้านนางสาวนันทวรรณ สุวรรณเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD เปิดเผยว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ปี 2564 เติบโต 25-30% จากปีก่อน โดยมีกลยุทธ์การขยายตลาดที่มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าที่ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะตลาดในประเทศและประเทศฟิลิปปินส์ ผ่านการออกสินค้าใหม่ที่เน้นนวัตกรรมและตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและดูแลสุขภาพ

โดยในปี 2564 บริษัทฯมีวางแผนปรับกลยุทธ์การดำเนินงานและแผนการตลาดให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ผ่านการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมมากขึ้น อีกทั้งมีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นการจำหน่ายและการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ให้มากขึ้น

Back to top button