FN ปิดตลาดพุ่ง 18% นิวไฮรอบ 1 ปี 10 เดือน รับแผนผนึก DOD ลุย “กัญชง” คืบหน้า

FN ปิดตลาดวันนี้พุ่ง 18% รับแผนร่วมมือ DOD ลุยกัญชงคืบหน้า หนุนรายได้ปี 65 เพิ่ม 10% โดยตั้งเป้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดผลิตภัณฑ์จากกัญชง ราว 5-10% ภายใน 5 ปีข้างหน้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN ปิดตลาดวันนี้ (19 พ.ค.2564) อยู่ที่ 2.14 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.32 บาท หรือ 17.58% สูงสุดที่ 2.18 บาท ต่ำสุดที่ 1.80 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 127.40 ล้านบาท

โดยราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันนี้ ทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 10 เดือน ตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.16 บาท เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2562

อนึ่งก่อนหน้านี้ FN ได้ร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จ (Finished Product) กับ บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ร่วมกันพัฒนาและผลิตเบื้องต้นจะอยู่ในกลุ่มเครื่องสำอางประเภทบำรุงผิว ได้แก่ Bibury Coln x Prim (ไบบูรี โคลน์ พลัส พริม) ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฉีดก่อนเข้านอน (Sleeping Mist), Mikrai (มิคลาย) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย (Body Wash) และ Mikrai (มิคลาย) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย (Body Lotion)

ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้ทันทีหากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาต โดยจำหน่ายผ่านช่องทางหลากหลายไม่ว่าจะเป็น FN Outlet 11 สาขา และ 1 มินิชอปในกรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยขายรถทันใจ, ช่องทางออนไลน์ ได้แก่ FN application, [email protected], Facebook: FN Outlet และแพลทฟอร์มอื่นๆ ซึ่งบริษัทคาดหวังจะมีสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ประมาณ 10% ของรายได้รวมภายในปี 65

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนพัฒนาสินค้ากลุ่มอื่นๆ อย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งทางการตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากกัญชง ราว 5-10% ของมูลค่าตลาดรวมใน 5 ปีข้างหน้า

ด้าน นายธนิน ศรีเศรษฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DOD เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการต่อยอดธุรกิจของ 2 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การเป็น Strategic Partner ร่วมกัน ทั้งคิดค้นพัฒนาสูตร การสกัดเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ รวมถึงการจำหน่าย โดยเชื่อว่าด้วยจุดเด่นของทั้ง 2 บริษัทจะช่วยผลักดันให้มูลค่าการตลาดทั้งในส่วนของ ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค เติบโตไปพร้อมๆ กัน

โดยบริษัทถือว่ามีจุดแข็งและความพร้อมด้านโรงสกัดวัตถุดิบ ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ที่ค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมและพัฒนาสารสกัดพืชสมุนไพร สู่การต่อยอดไปยังการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสกินแคร์คอสเมติกส์ ขณะเดียวกันยังมีบริษัท สยาม เฮอเบิล เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DOD มาเสริมศักยภาพในการต่อยอดการผลิตธุรกิจกัญชง ความร่วมมือระหว่าง 2 บริษัทในครั้งนี้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ DOD และ FN ในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับความคืบหน้าการขอใบอนุญาตการนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง และการขอใบอนุญาตการผลิต เพื่อก่อตั้งโรงงานสกัดสาร CBD จาก อย. ปัจจุบันบริษัทได้ยื่นเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากก่อนหน้านี้ทาง อย.ได้เรียกคืนใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง พร้อมได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมและได้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง
ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่าภายในระยะ 2-3 เดือนนี้จะได้รับใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงฉบับจริง รวมถึงน่าจะเห็นการออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนมากขึ้นในการยื่นขอใบอนุญาตส่วนอื่นๆ เช่น ใบอนุญาตผลิต (ที่มิใช่การปลูก) เพื่อก่อตั้งโรงงานสกัดสาร CBD ซึ่งทาง DOD ก็มีความพร้อม โดยมั่นใจว่าจะสามารถเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา-กัญชง ให้กับกลุ่มลูกค้าในพอร์ตได้ภายในไตรมาส 3/64 เป็นต้นไป และน่าจะเริ่มเห็นสินค้าในกลุ่มกัญชงพร้อมวางจำหน่ายได้ในไตรมาส 1/65

Back to top button