BCH ตั้งเป้ารายได้ปี 68 โต 10% เร่งขยายผู้ป่วยเงินสด-ประกันสังคม

BCH เดินหน้ารุกครึ่งปีหลังเต็มสูบ ลุยขยายฐานผู้ป่วยเงินสด–ประกันสังคม เร่งรีโนเวทโรงพยาบาลเดิม พร้อมลงทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่หลายแห่ง หวังดันรายได้ทั้งปี 2568 โตตามเป้า 10%


นางสาววิมลมาลย์ กฤษณะกลิน รองผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยในงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้รวม 3,045.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 2,879.30 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ 388.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน 277.10 ล้านบาท

โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากการบันทึกรายได้ส่วนเพิ่มจากการให้บริการผู้ป่วยกลุ่ม 26 โรคเรื้อรัง จำนวน 77.5 ล้านบาท ประกอบกับ การขยายตัวของผู้ป่วยนอกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผ่านศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงการเติบโตของโรงพยาบาลใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์, เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อรัญประเทศ และเกษมราษฎร์ ปราจีนบุรี ตลอดจนบริการจากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อารี, ศูนย์เกษมราษฎร์ พลาสติกเซอร์เจอรี่ (KPS), รถทันตกรรมเคลื่อนที่ (Mobile Dental Units) และการรีแบรนด์ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 บริษัทมีรายได้รวม 5,974.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.00% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน 5,744.70 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 709.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.00% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน 595.10 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยโครงการประกันสังคม รวมถึงรายได้ส่วนเพิ่มจากการรักษาผู้ป่วย 26 โรคเรื้อรัง ขณะเดียวกันการขยายบริการโรงพยาบาลใหม่ การเปิดคลินิกรังสีรักษามะเร็ง “เกษมราษฎร์ อารี” และการปรับภาพลักษณ์โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี ล้วนเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ BCH มีรายได้และจำนวนผู้ป่วยขยายตัวต่อเนื่องในครึ่งปีแรก

นางสาววิมลมาลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นการขยายฐานผู้ป่วยเงินสด ผ่านการจัดแคมเปญและกิจกรรมทางการตลาด อาทิ โปรแกรม “ผู้ป่วยในราคาเดียว” การเปิดบริการคลินิกผู้ป่วยนอกช่วงเวลาเย็น (OPD Night Time) รวมถึงการฉีดวัคซีนและตรวจสุขภาพประจำปี ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี ซึ่งเพิ่งปรับปรุงแล้วเสร็จ จากเดิมที่สัดส่วนผู้ป่วยโครงการประกันสังคมมีมากกว่า 70% หลังการรีโนเวทและยกระดับศักยภาพ คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้จากผู้ป่วยเงินสดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีโครงการลงทุนก่อสร้างเพิ่มเติม 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค ซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุงอาคารให้บริการผู้ป่วยประกันสังคม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย ที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารด้านหน้า และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง ที่มีแผนสร้างอาคารหลังใหม่ โดยทั้ง 3 โครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมกันภายในปี 2570 (ค.ศ. 2027)

นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน บริษัทเตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่อีก 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ระยอง ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จในปีเดียวกัน โดยจังหวัดระยองถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงจากการเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลักและได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ คาดว่าจำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้นจาก 3.1 ล้านคนในปี 2567 ขณะที่อัตราส่วนจำนวนเตียงอยู่เพียง 2.8 เตียงต่อประชากร 1,000 คน สะท้อนถึงโอกาสของ BCH ในการเข้าไปขยายการให้บริการและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ด้านกลยุทธ์ธุรกิจ นางสาววิมลมาลย์ ระบุว่า แม้การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาลจะมีความเข้มข้นในบางพื้นที่ แต่ BCH กำหนดกลยุทธ์การให้บริการครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายภายใต้ 4 แบรนด์หลัก เพื่อกระจายฐานผู้ป่วยและสร้างความสมดุลของรายได้ โดยในช่วงครึ่งปีแรก รายได้จากผู้ป่วยโครงการประกันสังคมคิดเป็นราวหนึ่งในสามของรายได้รวม สะท้อนถึงความมั่นคงของรายได้ที่สม่ำเสมอ และช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงช่องทางเดียว

สำหรับประเด็นเงินกองทุนประกันสังคม มองว่า ขณะนี้วงเงินยังคงเพียงพอ และสำนักงานประกันสังคมมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มเงินสมทบในอนาคต ซึ่งจะเอื้อต่อการเพิ่มรายได้และเสถียรภาพของกองทุน

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง BCH วางแผนขยายการดำเนินงานทั้งในส่วนของผู้ป่วยเงินสด ผู้ป่วยโครงการประกันสังคม และการรีโนเวทโรงพยาบาลในเครือ เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการ โดยมั่นใจว่าจะช่วยสร้างรายได้ต่อกลุ่มโรงพยาบาลให้เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่เป้าหมายรายได้ทั้งปี 2568 บริษัทคงเป้าหมายเดิมที่ 7–10% และล่าสุดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเป็นระดับ 10%

Company Snapshot

Back to top button