SO ตั้งเป้ารายได้ปี 64 โต 11-12% กางแผน M&A บุกตลาดตปท.


นายณัฐนนท์ กฤษณรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 64 เติบโต 11-12% จากปีก่อนอยู่ที่ 2,066 ล้านบาท ตามสัดส่วนรายได้จาก รับรู้รายได้งานในมือ (backlog) 77%, ลูกค้าที่จะมีการต่อสัญญา 14% และลูกค้าใหม่ 9%

ทั้งนี้กลยุทธ์การดำเนินงานของแต่ละธุรกิจในปีนี้ แบ่งเป็น ธุรกิจบริการด้านบุคลากร จะมุ่งเน้นด้านงาน IT OUTSOURCING เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 องค์กรต่างๆ สนใจนำเทคโนโลยีมาลดกระบวนการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้บุคลากรด้านไอทีเป็นที่ต้องการในแต่ละองค์กร ซึ่งกลุ่มงานที่ทางบริษัทให้ความสนใจและจะให้บริการ คือ Programmer หรือจะเป็นสายเฉพาะทาง เช่น Java Programmer, UX Designer, UI Designer รวมไปถึง Database Administrator หรือ IT Administrator

ส่วนธุรกิจบริการเช่ารถหลากหลายรูปแบบ ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาให้บริการเช่ารถดัดแปลง ประเภทรถเครน เป็นการให้บริการการซ่อมบำรุงรถเครน สัญญาเช่าระยะยาวมากกว่า 10 ปี คาดจะเห็นความชัดเจนได้ในไตรมาส 4/64 ซึ่งจะทยอยส่งมอบเป็นเฟส ราว 100-200 คัน/เฟส รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาให้บริการพนักงานขับรถ กลุ่มงานสาธารณะร่วมกับพันธมิตร ในเรื่องของสัญญาจ้างและข้อตกลง เนื่องจากมองว่ามีความต้องการใช้พนักงานขับรถกว่า 2,000 อัตรา คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในไตรมาส 4/64  โดยจะมีการทยอยส่งพนักงานขับรถเป็นเฟส เฟสละ 200-300 คน

ด้านธุรกิจบริการบริหารจัดการงานข้อมูลเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ และบริการแพลตฟอร์มโซลูชั่น (SO NEXT) ปีนี้คาดว่าจะเติบโตราว 25% โดยหลักจะมาจาก DIGIDOCS ระบบบริหารจัดการเอกสารออนไลน์รูปแบบใหม่ เพื่อการทำงานเอกสารที่ง่าย สะดวก และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ประกอบกับการพัฒนาบริการ Payroll outsourcing แบบเฉพาะทาง คาดจะเริ่มต้นให้บริการได้ในช่วงไตรมาสที่ 3/64 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นระบบที่ทางบริษัทพัฒนาเองทั้งหมด 100% และทางบริษัทมีเครื่องมือต่างๆ อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น DIGIDOCS, TIKTRACK หรือ NEXT SYSTEMS เชื่อว่าจะเป็นระบบที่สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างครอบคลุม

โดยปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาโครงการกับกลุ่มสตาร์ทอัพ ในโครงการ Execution Guideline ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของทางบริษัท มาช่วยเก็บข้อมูลของสินค้าในแต่ละร้านค้าได้รวดเร็วขึ้น อีกทั้งศึกษาและพูดคุยกับพันธมิตรบริษัทด้านที่อยู่อาศัย เพื่อประเมินว่าจะสามารถให้บริการอะไรได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการบริการในกลุ่มงานช่าง กลุ่มงานบัญชี หรือกลุ่มงานด้านภูมิทัศน์ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในไตรมาส 2/64

สำหรับแผนการลงทุนในรูปแบบการร่วมลงทุน (JV) และการซื้อกิจการ (M&A) ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการทำดิวดิลิเจนท์กับบริษัทที่ให้บริการด้าน Outsourcing อยู่แล้ว ซึ่งเป็นด้านที่ทางบริษัทยังไม่เคยทำมาก่อน นอกจากนี้ยังสนใจบริษัทซอฟแวร์ต่าง ๆ เช่น Enterprise Technology และมองโอกาสขยายงานไปในต่างประเทศ เนื่องจากหนึ่งในบริษัทที่จะทำการ M&A ด้วย มีการดำเนินงานอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

 

Back to top button