
“จุลพันธ์” ปัดดีล “ภูมิใจไทย” แบ่งกระทรวง 24 ก.พ. ย้ำรอ กกต.ก่อนถกทางการ
“จุลพันธ์” ยืนยันยังไม่มีนัดหารือ “ภูมิใจไทย” แบ่งโควต้ากระทรวงตามกระแสข่าว ชี้ต้องรอ กกต.รับรองผลเลือกตั้งก่อนจึงจะเริ่มพูดคุยอย่างเป็นทางการ ย้ำเสียงสนับสนุนรัฐบาลเกินครึ่งสภาแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.พ.69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยจะนัดหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อแบ่งโควต้ากระทรวงในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายแต่อย่างใด
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การที่แกนนำพรรคเพื่อไทยไปแถลงข่าวที่พรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้ เป็นเพียงการแสดงความประสงค์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ส่วนที่ตนไม่ได้ไปเนื่องจากมีอาการป่วย หลังจากนั้นยังไม่มีการพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมระหว่างทั้งสองพรรค และจะต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะนัดพบหารือกันอีกครั้ง
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตกลงเรื่องการจัดสรรกระทรวงตามที่ปรากฏเป็นข่าว และการพูดคุยที่ผ่านมา ยังไม่ได้ลงรายละเอียดในประเด็นดังกล่าว
“พรรคเพื่อไทยเอง มีนโยบายกระจายตัวในทุกหน่วยงานทุกกระทรวงอยู่แล้ว ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงที่สามารถขับเคลื่อนให้เป็นประโยชน์ได้ จึงจะต้องมาพูดคุยกันให้ต่อเนื่อง คงไม่จบแค่นี้ จะต้องมาพูดคุยกันในนโยบายต่าง ๆ ว่า นโยบายของพรรคหลักและนโยบายของพรรคเพื่อไทยมีนโยบายใดที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนและพอที่จะมาพูดคุยกันผลักดันร่วมกันได้” นายจุลพันธ์ ระบุตอนหนึ่ง
สำหรับเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ขณะนี้มีความชัดเจนว่าเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรแน่นอน ส่วนจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้น เป็นดุลยพินิจของพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะไม่ก้าวก่าย
ส่วนกรณีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต. เชื่อว่ายังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการเลือกตั้ง และได้รับเรื่องร้องเรียนกว่า 200 เรื่อง โดยได้ยื่นผ่าน กกต. แล้วมากกว่า 100 เรื่อง เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนอย่างชัดเจน เพื่อความโปร่งใส
นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงกรณีบัตรเลือกตั้งซ่อมบางหน่วยที่จัดขึ้น เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งไม่มีเลขต้นขั้ว ต่างจากบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มีเลขต้นขั้วและบาร์โค้ด ว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ กกต. ต้องให้คำตอบต่อสังคม การเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความชอบธรรมของการดำเนินการเลือกตั้งก่อนหน้านี้

