นับถอยหลังตั้งรัฐบาลใหม่ จับตาโหวตนายกฯ คาด 19 มี.ค. ตลาดหุ้นลุ้นแรงหนุนการเมือง

ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลใหม่เริ่มเห็นภาพ คาดเปิดสภานัดแรก 12 มีนาคม ก่อนเข้าสู่โหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจเกิดขึ้นวันที่ 19 มีนาคม ขณะบล.หยวนต้า มองตลาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวก หุ้น Domestic Play ถูกจับตา


ภาพความชัดเจนทางการเมือง เริ่มเห็นเค้าโครงมากขึ้น เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากการเลือกตั้งปี 2569 ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวมจำนวน 499 คน โดยวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมาเป็นวันสุดท้ายที่ กกต. เปิดให้ สส.เข้ารับหนังสือรับรอง เพื่อนำไปยื่นรายงานตัวต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ความคืบหน้าดังกล่าวทำให้ไทม์ไลน์ทางการเมืองเริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยมีการประเมินว่า สัปดาห์ถัดไปอาจมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในวันที่ 12 มีนาคม เพื่อเลือกตำแหน่งสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามกฎหมายจะดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาด้วย และทำหน้าที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

ภาพจาก : พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569

สำหรับรายชื่อที่ถูกจับตามองในตำแหน่งประธานสภาฯ จนถึงขณะนี้มีเพียงชื่อของ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองต่อเนื่อง โดยก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมืองเคยรับราชการครู หลังสำเร็จการศึกษาระดับครุศาสตรบัณฑิต สาขาการประถมศึกษา จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2544

ขณะที่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ อีกชื่อหนึ่งที่ถูกกล่าวถึง คือ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับการขนานนามจากกลุ่ม สส.และวิปฝ่ายต่าง ๆ ว่าเป็น “ผู้ประสาน 10 ทิศ”

ภายหลังการเลือกประธานและรองประธานสภาฯ แล้ว ไทม์ไลน์ทางการเมืองถัดไปคาดว่า การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 292 เสียง จากพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลรวม 15 พรรค ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ทั้งนี้ หากการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ขั้นตอนถัดไปจะเป็นการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี และนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้ง ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ในทางการเมือง มีการประเมินว่า รัฐบาลชุดใหม่จะนำโดยพรรคภูมิใจไทย ภายใต้สูตรจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี “19 + 8 + 5 + 3” ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย 19 ตำแหน่ง พรรคเพื่อไทย 8 ตำแหน่ง คนนอก 5 ตำแหน่ง และพรรคเล็กรวมกัน 3 ตำแหน่ง ขณะที่มีแนวโน้มว่า นายอนุทิน จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และอาจควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย

ขณะเดียวกัน ความชัดเจนของไทม์ไลน์การเมืองดังกล่าวยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนในตลาดทุนติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลชุดใหม่ มักส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและทิศทางการลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า จากสถิติในอดีต ตลาดหุ้นไทยมักตอบรับเชิงบวกต่อเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีมากกว่าช่วงการแถลงนโยบายรัฐบาล โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 1.1% ในวันโหวตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มปรับตัวดีกว่าตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ท่องเที่ยว ขนส่ง ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และไฟแนนซ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่อิงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ หรือกลุ่ม Domestic Play

บล.หยวนต้า แนะนำว่า นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรจากปัจจัยทางการเมือง อาจทยอยสะสมหุ้นในกลุ่ม Domestic Play เพื่อรอทำกำไรในช่วงการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยหุ้นที่อยู่ในข่ายดังกล่าวคือ กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC, กลุ่มวัสดุก่อสร้างและค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME และ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL,

กลุ่มไฟแนนซ์ ได้แก่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR และ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STECON และ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO, และ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI และ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง :

โผ “ครม.หนู 2” สะพัดสูตร 19-8-3 หลัง กกต. รับรอง สส.เกิน 95%

Back to top button