สภานัดแรกเปิดศึก “โสภณ–พริษฐ์” ชิงเก้าอี้ “ประธานสภา”

เปิดประชุมนัดแรก เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมี “โสภณ ซารัมย์” สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นคู่ชิง ก่อนแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม และเข้าสู่การลงคะแนนเลือก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 มี.ค.69) เวลา 09.30 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) มีวาระสำคัญคือ การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ

โดยที่ประชุมมี นายไพโรจน์ โลห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อายุ 90 ปี ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวของที่ประชุม

เมื่อเข้าสู่วาระการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ประธานสภาฯ ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ประธานสภาฯ

จากนั้น ผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้งสองได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม ก่อนที่ สส. จะออกเสียงลงคะแนนเลือกด้วยวิธีลับโดยการเขียนชื่อในคูหาซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าบัลลังก์

นายโสภณ กล่าวว่า ตลอดกว่า 20 ปีที่ทำหน้าที่ สส. ได้เห็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ จึงตั้งใจนำประสบการณ์มาผสมผสานกับองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อให้สภาทำงานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเห็นว่าบทบาทของสภามี 3 ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน การตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร และการออกกฎหมาย

นายโสภณ ระบุว่า ปัจจุบันโลกเผชิญวิกฤติหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การค้า สังคม และภูมิรัฐศาสตร์ จึงอยากเห็นสภาเป็นกลไกสำคัญในการฟันฝ่าวิกฤติร่วมกับรัฐบาลผ่านการใช้กฎหมายและกลไกนิติบัญญัติ พร้อมเสนอให้สภามีบทบาทผลักดันกฎหมายมากขึ้น เนื่องจากยังมีกฎหมายล้าสมัยจำนวนมาก บางฉบับไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง จึงควรร่วมกันปรับปรุงหรือยกเลิกโดยเร็ว

นายโสภณ ยังกล่าวว่า ประชาชนไม่ได้ต้องการเห็นการใช้วาทกรรมทางการเมือง แต่ต้องการเห็นกฎหมายที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน พร้อมย้ำว่าหากได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

ขณะที่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การเสนอชื่อตนครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเลือก เนื่องจากพรรคประชาชนประกาศชัดเจนว่าเคารพสิทธิของพรรคอันดับหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนในฐานะแกนนำฝ่ายค้านยังต้องการใช้เวทีสภาแสดงวิสัยทัศน์และข้อเสนอทิศทางประเทศ

นายพริษฐ์ ระบุว่า ภารกิจสำคัญของประธานสภาฯ คือการกอบกู้ความไว้วางใจของประชาชนต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยต้องวางตัวเป็นกลางระหว่างพรรคการเมืองและสมาชิกทุกฝ่าย แต่เห็นว่ามี 4 เรื่องที่ประธานสภาฯ ไม่ควรวางตัวเป็นกลาง ได้แก่ การพัฒนาสภาให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี การสร้างความโปร่งใสในการทำงาน การใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า และการปกป้องอำนาจของประชาชน

นอกจากนี้ยังเห็นว่าประธานสภาฯ ควรมีบทบาททำให้กระบวนการได้มาขององค์กรอิสระมีความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง รวมถึงผลักดันให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าอย่างมั่นคง เปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน

นายพริษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า คำถามสำคัญของสภาใน 4 ปีข้างหน้าไม่ใช่เพียงว่าใครจะได้เป็นประธานสภาฯ แต่คือสภาจะยืนอยู่ข้างประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย หรืออยู่ข้างกลุ่มอำนาจเพียงไม่กี่กลุ่ม

ก่อนการลงคะแนน ที่ประชุมได้ถกเถียงเกี่ยวกับวิธีการออกเสียงหลายประเด็น โดยประธานชั่วคราวของที่ประชุมได้วินิจฉัยข้อซักถามของสมาชิกกรณีการเขียนชื่อผิดว่า หากมีการเขียนชื่อผิดให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย

ต่อมา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอว่า หากสะกดผิดเล็กน้อยควรอะลุ่มอลวย โดยพิจารณาจากเจตจำนงเป็นหลัก ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้ใช้วิธีเขียนหมายเลข และไม่ทำสัญลักษณ์อื่นใดบนบัตร

จากนั้นบรรยากาศในห้องประชุมเริ่มวุ่นวาย เมื่อนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้ที่ประชุมลงมติกำหนดวิธีการเลือกประธานสภาฯ โดยใช้การเขียนหมายเลขแทนการเขียนชื่อ แต่ สส. หลายคนยังคงยืนยันให้ใช้วิธีเขียนชื่อ และเห็นว่าไม่จำเป็นต้องโหวต ทำให้นายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ เสนอให้คงวิธีการเขียนชื่อ

ขณะเดียวกัน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า การออกเสียงลงคะแนนด้วยการเขียนหมายเลขแทนการเขียนชื่อไม่ขัดต่อระเบียบ ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย แสดงความเห็นสนับสนุนว่า หากไม่ผิดระเบียบก็สามารถใช้วิธีดังกล่าวได้โดยไม่ต้องลงมติ

ในที่สุด ประธานชั่วคราวของที่ประชุมได้วินิจฉัยให้ใช้วิธีเขียนหมายเลขในการออกเสียงลงคะแนนเลือกประธานสภาฯ โดยหมายเลข 1 คือ นายโสภณ หมายเลข 2 คือ นายพริษฐ์ และหากงดออกเสียงให้เขียนว่า “งดออกเสียง”

เวลา 11.56 น. ปิดการลงคะแนน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

เปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาลใหม่! 15 มี.ค. ประชุมสภานัดแรก – 19 มี.ค. ลุ้นโหวตนายก

Back to top button