
“ดร.กอบศักดิ์” ชี้ไทยเร่งปิดช่องโหว่กฎหมายแรงงาน ลดเสี่ยงสหรัฐงัดมาตรา 301 รีดภาษีรอบใหม่
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล มองสหรัฐฯ อาจหันใช้มาตรา 301 หลังมาตรการภาษีตอบโต้เผชิญข้อพิพาททางกฎหมาย พร้อมอ้างรายงาน USTR ที่ระบุไทยยังไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์) โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Dr.KOB วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ระบุว่า สงครามการค้าโลกอาจเข้าสู่รอบใหม่ภายใต้มาตรา 301 (Section 301) ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ หลังมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ภายใต้กฎหมาย IEEPA และมาตรา 122 เผชิญอุปสรรคทางกฎหมายและคำวินิจฉัยจากศาล
ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า มาตรา 301 เป็นเครื่องมือทางการค้าที่สหรัฐฯ สามารถนำมาใช้ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและรับฟังความเห็นก่อนประกาศใช้ โดยล่าสุดสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ดำเนินการสอบสวน 60 ประเทศในประเด็นแรงงานบังคับ (Forced Labor) และจัดทำรายงานผลการสอบสวนออกมาแล้ว
ทั้งนี้ ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นฐานในการตั้งข้อกล่าวหาทางการค้า ก่อนนำไปสู่การกำหนดอัตราภาษีเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อทดแทนมาตรการภาษีที่เผชิญข้อจำกัดจากคำวินิจฉัยของศาล
สำหรับประเทศไทย รายงานของ USTR ในหัวข้อ “Thailand: Findings of Investigation” ระบุว่า USTR พบว่าไทยยังไม่ได้กำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเห็นว่าการไม่กำหนดและบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่ไม่สมเหตุสมผล (unreasonable) และก่อให้เกิดภาระหรือข้อจำกัดต่อการค้าของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม รายงานยังระบุด้วยว่า ไทยได้ชี้แจงถึงความพยายามในการยกระดับมาตรฐานด้านแรงงานภายในประเทศและในห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ รวมถึงการใช้มาตรการจูงใจทางการค้าเพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ตลอดจนการผลักดันร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม (Human Rights and Environmental Bill)
ไทยยังชี้แจงต่อ USTR ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกทางอ้อมในการจำกัดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับได้
อย่างไรก็ตาม USTR ระบุว่า มาตรการที่ไทยดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่สามารถจัดให้มีมาตรการทางกฎหมายที่ห้ามการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับได้โดยตรง
รายงานสรุปว่า การกระทำ นโยบาย และแนวปฏิบัติของไทยที่เกี่ยวข้องกับการไม่กำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการดำเนินการที่ไม่สมเหตุสมผล และก่อให้เกิดภาระหรือข้อจำกัดต่อการค้าของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ รายงานของ USTR ไม่ได้ระบุว่าไทยใช้แรงงานบังคับ หรือสินค้าส่งออกของไทยผลิตจากแรงงานบังคับ แต่เป็นการประเมินว่าประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายที่ห้ามการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับอย่างชัดเจนและมีผลบังคับใช้โดยตรง ตามมุมมองของสหรัฐฯ ภายใต้การสอบสวนตามมาตรา 301

