
ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่ง! ร่างเกณฑ์คุม “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ” เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ต้องขออนุญาต
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศใหม่ คุมเข้ม “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ” ที่มีบทบาทต่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ให้ต้องขอความเห็นชอบก่อนถือหุ้นธุรกิจหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงระบบการเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ให้เงินทุนสำคัญเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.
ก.ล.ต. ระบุว่า การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้สะท้อนถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางหรือการตัดสินใจดำเนินธุรกิจ และหากเงินทุนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบธุรกิจและตลาดทุนโดยรวม
ภายใต้ร่างประกาศดังกล่าว ก.ล.ต. กำหนดให้บุคคลที่เป็น “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ” แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการได้มาซึ่งหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจ หรือหุ้นของนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นในผู้ประกอบธุรกิจทุกทอด ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ต้องขอรับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.
ทั้งนี้ คำว่า “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ” ครอบคลุมการสนับสนุนทางการเงินทุกรูปแบบ อาทิ การให้เงินหรือทรัพย์สิน การค้ำประกัน การทำสัญญา หรือการลงทุนในตราสารอื่นใดที่ทำให้ผู้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินมีสถานะเป็นหรือเสมือนเป็นผู้ให้เงินทุนสำคัญแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รวมถึงให้นับรวมบุคคลที่เป็นตัวกลางหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ ร่างประกาศยังกำหนดให้ “บุคคลที่มีผู้ให้เงินทุนสำคัญเดียวกัน” ซึ่งได้รับเงินทุนหลักจากเจ้าของเงินทุนรายเดียวกัน ต้องนำมานับรวมการถือหุ้นหรือการมีอำนาจควบคุมเหนือผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อพิจารณาการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในลักษณะเดียวกับการนับรวมคู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของเงินทุนได้อย่างเหมาะสม และเพิ่มความโปร่งใสในการพิจารณาโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. เสนอให้ยกเว้นการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นในลำดับถัดไปสำหรับหน่วยงานที่กำหนด เช่น กระทรวง ทบวง กรม องค์การมหาชน หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอิสระที่มีกฎหมายจัดตั้งเป็นการเฉพาะ เนื่องจากแหล่งที่มาของเงินทุนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการตรวจสอบของภาครัฐอยู่แล้ว จึงมีความเสี่ยงด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นในระดับต่ำ
ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าวได้จนถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2569