
ก.ล.ต. ลุยคดีตลาดทุน 5 เดือน! ฟัน 43 ราย “แก๊งปั่นหุ้น-ทุจริต” ปรับแพ่งทะลุ 662 ล้านบาท
ก.ล.ต. เผยผลบังคับใช้กฎหมาย 5 เดือนแรกปี 2569 ผู้กระทำผิด 27 ราย จาก 7 คดี ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง คิดเป็นค่าปรับรวม 662.7 ล้านบาท พร้อมชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับอีก 519.4 ล้านบาท ขณะที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ ก.ล.ต. ชนะคดีแล้ว 6 คดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติการบังคับใช้กฎหมาย ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 ก.ล.ต. ได้ดำเนินการกล่าวโทษผู้กระทำความผิดต่อพนักงานสอบสวนรวม 8 คดี ผู้กระทำความผิด 43 ราย
ทั้งนี้ แบ่งเป็นความผิดฐานการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทการสร้างราคา 1 คดี ผู้กระทำความผิด 21 ราย ความผิดฐานทุจริต 1 คดี ผู้กระทำความผิด 1 ราย และความผิดฐานประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 6 คดี ผู้กระทำความผิด 21 ราย
ด้านมาตรการลงโทษทางแพ่ง ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้กับผู้กระทำความผิด 3 คดี จำนวน 6 ราย ในความผิดเกี่ยวกับการสร้างราคา และการใช้ข้อมูลภายในหรือการเปิดเผยข้อมูลเท็จ
ขณะเดียวกัน มีผู้กระทำผิดจำนวน 27 ราย จาก 7 คดี ตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด คิดเป็นค่าปรับทางแพ่งรวม 662,697,675 บาท และชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำผิดจำนวน 519,446,913 บาท รวมถึงชดใช้ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบอีก 1,554,040 บาท
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งในปี 2560 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 มีผู้กระทำความผิดตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งแล้ว 343 ราย จาก 88 คดี คิดเป็นค่าปรับทางแพ่งรวม 2,826,371,549 บาท และชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับจำนวน 976,817,633 บาท โดยเงินค่าปรับทางแพ่งและเงินชดใช้ผลประโยชน์ดังกล่าวได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินแล้ว
สำหรับคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ปัจจุบันมีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วจำนวน 6 คดี โดยศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดีทั้งหมด และกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ยังมีอีก 19 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แบ่งเป็นคดีในศาลชั้นต้น 10 คดี และคดีในชั้นอุทธรณ์ 9 คดี

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า สำหรับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำนวน 9 คดีนั้น ในเบื้องต้นศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดีเป็นส่วนใหญ่ โดยมีเพียงบางประเด็นหรือบางจำเลยในบางคดีที่ศาลยกฟ้อง ขณะที่ภาพรวมของทั้ง 9 คดี ศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดแล้ว
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังเปิดเผยผลการดำเนินงานของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” หมายเลข 1207 กด 22 โดยในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 มีการรับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการหลอกลงทุนรวม 4,307 ครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการหลอกลงทุนอยู่ที่ 3,939 ครั้ง เพิ่มขึ้น 208% จาก 1,279 ครั้งในช่วงเดียวกันของปี 2568
ในช่วงเวลาดังกล่าว ก.ล.ต. ได้ประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้นบัญชีที่เข้าข่ายหลอกลงทุนจำนวน 368 บัญชี โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสามารถปิดกั้นได้ครบ 100% ภายในระยะเวลา 7 นาทีถึง 48 ชั่วโมง
ส่วนการระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัล ล่าสุด ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้ระงับบัญชีแล้วจำนวน 58,006 บัญชี เพิ่มขึ้นจาก 47,692 บัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

