ครม.เคาะงบกลาง 558 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม 41 จังหวัด 6 หมื่นครัวเรือน เสียชีวิตรับ 2 ล้าน
ครม.ไฟเขียวงบกลาง 558.7 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 ครอบคลุม 41 จังหวัด 60,971 ครัวเรือน รับเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ส่วนผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม–ดินโคลนถล่ม รับรายละ 2 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 ส.ค.69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝน ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร และสิ่งสาธารณประโยชน์จำนวนมาก
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเบิกจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว พร้อมกำชับไม่ให้การยื่นเอกสารหรือหลักฐานเป็นภาระเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบภัย โดยข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้ว ให้หน่วยงานประสานและตรวจสอบร่วมกัน ไม่ควรให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต้องเดินทางไปขอเอกสารจากหลายหน่วยงานเพื่อยืนยันความเสียหายซ้ำอีก
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 558,739,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพเบื้องต้นและค่าปลงศพเป็นกรณีพิเศษ ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เสนอ และตามมติ ครม. เพิ่มเติม
สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ ประกอบด้วย
- กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงการระบายน้ำไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท
- กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน จะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยมีผู้ได้รับความช่วยเหลือรวม 60,971 ครัวเรือน ในพื้นที่ 41 จังหวัด
- กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่มและอุทกภัยโดยตรง เช่น การจมน้ำ หรือถูกกระแสน้ำทำให้เสียชีวิต จะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 2,000,000 บาท โดยเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตเข้าเกณฑ์จำนวน 5 ราย ที่จังหวัดน่าน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เห็นชอบหลักการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย แต่เนื่องจากการจัดตั้งกองทุนต้องใช้เวลาและอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงมีข้อสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งนำระบบประกันภัยมาใช้เป็นกลไกช่วยเหลือผู้ประสบภัย
โดยให้เร่งสรุปหลักการ รูปแบบ และแนวทางดำเนินการ ก่อนเสนอให้ ครม. พิจารณาในสัปดาห์หน้า ในการประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดสงขลา

