
สภา 285 เสียง ผ่าน พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน รัฐลุยก้อน 2 แสนลบ. เปลี่ยนผ่านพลังงาน
สภาฯ มีมติ 285 เสียง ผ่าน พ.ร.ก.กู้เงินวงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ด้านรัฐบาลเตรียมเดินหน้าแผนงานก้อน 2 แสนล้านบาท ปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผ่านพลังงาน ครอบคลุมพลังงานทดแทน EV และพัฒนาทักษะแรงงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.28 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท ด้วยคะแนนเห็นชอบ 285 เสียง ไม่เห็นชอบ 141 เสียง งดออกเสียง 52 เสียง จากผู้ลงมติทั้งหมด 478 เสียง ภายหลังสมาชิกใช้เวลาอภิปรายเกือบ 12 ชั่วโมง
ก่อนการลงมติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดการอภิปรายว่า รัฐบาลยืนยันเจตนารมณ์ในการใช้เงินกู้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชน พร้อมให้คำมั่นว่า พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้จะไม่เอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดเป็นการเฉพาะ และรัฐบาลจะติดตามการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดการรั่วไหล
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินกู้ที่มีต้นทุน จึงได้พิจารณาแล้วว่าต้นทุนมีความคุ้มค่ากับผลที่จะได้รับจากการดำเนินโครงการต่าง ๆ พร้อมขอบคุณประธาน รองประธาน และสมาชิกสภาฯ สำหรับข้อเสนอแนะและความคิดเห็นตลอดการอภิปราย โดยจะให้ส่วนราชการรวบรวมเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับแผนงานที่ 2 กรอบวงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) ได้เห็นชอบกรอบแนวคิด หลักเกณฑ์ และแนวทางพิจารณาโครงการไว้แล้ว
กรอบการลงทุนแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. ลดการใช้พลังงานฟอสซิลและเพิ่มพลังงานทดแทน รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน
2. ส่งเสริมยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง EV พลังงานสะอาด EV Charging Station และ Swapping Station ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์
3. สร้างคนและสร้างงานรองรับเศรษฐกิจพลังงานใหม่ ผ่านการ Upskill/Reskill รวมถึงสนับสนุนนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริงหรือต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้
นอกจากนี้ รัฐบาลกำหนด Negative List สำหรับโครงการที่จะขอใช้เงินกู้ โดยต้องไม่เป็นการจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิจัย การศึกษาดูงาน หรือเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ใช้เพื่อจัดซื้อวัสดุหรือครุภัณฑ์แจกจ่ายประชาชนโดยตรง ไม่แบ่งซื้อแบ่งจ้าง และไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือแหล่งเงินอื่น
ทั้งนี้ แบบคำขอรับจัดสรรเงินกู้จะต้องกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดผลสำเร็จที่ชัดเจน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของแผนงาน โดยสำนักงบประมาณจะปรับระบบคำขอภายใต้ New e-Budgeting ตามหลักเกณฑ์ของ คกง.

