“ธนานุเคราะห์” ชงใช้เงินกู้ปรับตึก 5 ชั้น สู่อาคารอัจฉริยะ–ลดค่าใช้จ่ายพลังงาน

สำนักงานธนานุเคราะห์ พม. เสนอปรับปรุงอาคารสำนักงาน 5 ชั้น ด้วย 5 มาตรการประหยัดพลังงาน มุ่งสู่อาคารพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ ยกระดับคุณภาพอากาศและสุขภาวะ พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานธนานุเคราะห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้จัดทำข้อเสนอแผนงานโครงการกลุ่มที่ 2 ภายใต้ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในโครงการยกระดับระบบอาคารอัจฉริยะ เพื่อการประหยัดพลังงาน สร้างสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย และเสริมสร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืนของอาคารสำนักงานธนานุเคราะห์ 5 ชั้น ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงาน 1 ปี ในปีงบประมาณ 2570

สำหรับหลักการและเหตุผลของการเสนอโครงการดังกล่าว เนื่องจาก พม. มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและคุ้มครองคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ เด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบาง อาคารของกระทรวงจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้บริการประชาชนที่ต้องมีความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และเอื้อต่อสุขภาวะของผู้ใช้อาคารทุกกลุ่ม

ขณะที่ปัจจุบันอาคารภาครัฐจำนวนมากยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อันเนื่องมาจากอายุของอุปกรณ์ รูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป และการควบคุมระบบต่าง ๆ แบบแยกส่วน ส่งผลให้มีการใช้พลังงานสูงกว่าความจำเป็น และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง

ทั้งนี้ การลดการใช้พลังงานของอาคารจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กับการรักษาคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร โดยเฉพาะคุณภาพอากาศ การระบายอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น และความสบายของผู้ใช้อาคาร โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากความร้อน ความชื้น ฝุ่นละออง และมลพิษทางอากาศมากกว่าบุคคลทั่วไป

ดังนั้น กระทรวงจึงเสนอให้ดำเนินโครงการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานและการบริหารจัดการอาคารแบบบูรณาการ จำนวน 1 ระบบ เพื่อให้ส่วนประกอบต่าง ๆ ของอาคารสามารถทำงานเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพในภาพรวม และมุ่งสู่อาคารพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Energy Building)

สำหรับแนวทางการดำเนินโครงการ ประกอบด้วย 5 กลุ่มมาตรการหลัก ได้แก่ 1. การเพิ่มประสิทธิภาพระบบพลังงานของอาคาร 2. การยกระดับคุณภาพอากาศและสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร 3. ระบบอาคารอัจฉริยะและการบริหารจัดการพลังงาน 4. การใช้พลังงานสะอาดและการลดก๊าซเรือนกระจก และ 5. การแสดงผลและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน

การนำพลังงานสะอาดมาใช้ร่วมกับการลดความต้องการใช้พลังงานจะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของหน่วยงาน ส่วนระบบแสดงผลและฐานข้อมูลจะทำให้สามารถตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงนำข้อมูลไปใช้ประกอบการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก การวางแผนลงทุนในอนาคต และการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นคาร์บอนเครดิตของภาครัฐ

สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการได้กำหนดไว้ 5 ข้อหลัก ได้แก่ 1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานของระบบอาคารให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง 2. เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ ความสบาย และสุขภาวะของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้รับบริการ 3. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะด้วยข้อมูล 4. เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอาคาร และ 5. เพื่อวางรากฐานในการพัฒนาอาคารของกระทรวงไปสู่อาคารพลังงานสุทธิเป็นศูนย์อย่างยั่งยืนในอนาคต

วัตถุประสงค์ดังกล่าวสอดคล้องกับแผนงานเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และรองรับการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก

สำนักงานธนานุเคราะห์ ระบุอีกว่า การเดินหน้ายกระดับอาคารภาครัฐไปสู่อาคารพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ และการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล จะเป็นกลไกสำคัญในการลดภาระงบประมาณด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐในระยะยาว พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ได้อย่างเป็นขั้นตอนและยั่งยืนในอนาคต

Back to top button