“ดาวโจนส์” ปิดบวก 612 จุด รับความหวังจบศึกสหรัฐ-อิหร่าน S&P 500 นิวไฮเหนือ 7,300

ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่ง 612.34 จุด ขณะที่ S&P 500 ปิดเหนือ 7,300 จุดครั้งแรก ทำนิวไฮต่อเนื่อง รับความหวังสหรัฐฯ-อิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลง ดันน้ำมันร่วงแรง หุ้น AI-เทคโนโลยีพุ่งนำตลาด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (6 พ.ค.69) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภายหลังมีรายงานว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงแรง ขณะที่แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มชิป AI ช่วยหนุนตลาดต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,910.59 จุด เพิ่มขึ้น 612.34 จุด หรือ +1.24% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,365.12 จุด เพิ่มขึ้น 105.90 จุด หรือ +1.46% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,838.94 จุด เพิ่มขึ้น 512.82 จุด หรือ +2.02%

ดัชนี S&P 500 ปิดเหนือระดับ 7,300 จุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ทั้ง S&P 500 และ Nasdaq ต่างทำระดับสูงสุดใหม่ระหว่างวัน และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

รายงานของ Axios ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าใกล้ข้อตกลงที่จะนำไปสู่การยุติความขัดแย้ง โดยหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ คือ การชะลอโครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยกับ CNBC ว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอจากสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกของสถานการณ์

นักลงทุนคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง หลังมีสัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแรง โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 7.03% ปิดที่ 95.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 7.83% ปิดที่ 101.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นายบิล นอร์ธีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของ U.S. Bank Asset Management Group กล่าวว่า หากความขัดแย้งเริ่มชะลอลงหรือยุติลงจริง รวมถึงมีการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ จะช่วยลดแรงกดดันต่อภูมิภาคที่เปราะบางด้านเศรษฐกิจ เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยดัชนีหุ้นกลุ่ม “Magnificent Seven” ซึ่งประกอบด้วย Apple, Microsoft, Nvidia, Amazon, Alphabet, Meta และ Tesla ปรับตัวเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับหุ้น Apple ปิดที่ 287.51 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.17% ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดใหม่ครั้งแรกของปี 2569

ด้านหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลังบริษัท Advanced Micro Devices (AMD) เปิดเผยผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยหุ้น AMD พุ่งขึ้น 18.64% ขณะที่กองทุน VanEck Semiconductor ETF (SMH) เพิ่มขึ้น 5% และหุ้น Intel ปรับขึ้น 4.49%

AMD ระบุว่า ความต้องการชิปสำหรับระบบ AI และศูนย์ข้อมูลยังขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นเทคโนโลยีในตลาดสหรัฐฯ

Back to top button