
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 704 จุด บอนด์ยีลด์เด้งแรง–หุ้น Walmart ดิ่ง ฉุดตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 703.84 จุด หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เด้งขึ้น ขณะที่ Walmart ร่วงแรง จากผลประกอบการสร้างความผิดหวัง เพิ่มแรงกังวลต่อกำลังซื้อผู้บริโภคสหรัฐฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.69) ปรับตัวลงทั้ง 3 ดัชนี หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กลับมาปรับตัวสูงขึ้น กดดันความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ผลประกอบการของ Walmart สร้างความผิดหวังต่อตลาด และราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,759.21 จุด ลดลง 703.84 จุด หรือ -1.32% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,641.16 จุด ลดลง 66.82 จุด หรือ -0.87% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,067.17 จุด ลดลง 263.92 จุด หรือ -1.00%
ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กลับมาปรับตัวสูงขึ้น หลังแรงหนุนจากมาตรการเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในวันก่อนหน้าเริ่มลดลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 4.7 เบสิสพอยต์ มาอยู่ที่ 4.70% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้น 5.4 เบสิสพอยต์ มาอยู่ที่ 5.247% ท่ามกลางความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะคลายแรงกดดันในตลาดตราสารหนี้ได้อย่างยั่งยืน
หุ้น Walmart ร่วงลง 9.2% หลังยอดขายเปรียบเทียบรายไตรมาสออกมาต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ ท่ามกลางราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของกำลังซื้อผู้บริโภคสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
แรงขาย Walmart ยังฉุดหุ้นค้าปลีกรายอื่นปรับตัวลงตาม โดย Costco, Dollar Tree และ Albertsons ลดลงระหว่าง 1-2.6% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นของ S&P 500 ลดลง 1.93% และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดของตลาด ส่วนกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง 1.8% โดยมี Amazon เป็นหนึ่งในหุ้นที่กดดัชนี
ด้านราคาน้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบปรับขึ้นมากกว่า 2% ท่ามกลางความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่านและความกังวลด้านอุปทาน โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 2.16 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 93.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 87.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทั้งสองสัญญาปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นช่วยหนุนดัชนีกลุ่มพลังงานของ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.4% แต่ในอีกด้านหนึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนของผู้บริโภค
ขณะที่หุ้น Moderna ร่วงลง 23.5% หลังจากวันก่อนหน้าพุ่งขึ้นเกือบ 177% โดยเป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในกลุ่มเฮลธ์แคร์
หุ้นรายตัว Deere เพิ่มขึ้น 6.9% หลังบริษัทปรับเพิ่มประมาณการรายได้ ขณะที่ Coty ร่วงลง 9.2% หลังคาดการณ์กำไรไตรมาสปัจจุบันต่ำกว่าที่ตลาดคาดและงดให้ประมาณการทั้งปี ส่วน Advance Auto Parts ดิ่งลง 24.5% หลังบริษัทออกประมาณการยอดขายทั้งปีอ่อนแอกว่าคาด

