เปิดตัว 12 หุ้นร้อน SET ไซด์เวย์ขาขึ้นรับกระแสเงินทุนไหลเข้า

ดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ มีแนวโน้มแกว่ง Sideway ในทิศทางขาขึ้น เนื่องจากกระแสเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้า และมีการเก็งผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ขณะที่ปัจจัยในประเทศแนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามให้ระวังแรงขายทำกำไรในระหว่างวัน การลงทุนเน้นกลุ่มที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 จะออกมาดี และกลุ่มที่ราคายัง Laggard เมื่อเทียบกับดัชนี


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.35 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 33.06 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้น ขานรับดัชนีดาวโจนส์ S&P500 และ Nasdaq ที่ต่างปิดทำนิวไฮเมื่อคืนที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ มีแนวโน้มแกว่ง Sideway ในทิศทางขาขึ้น เนื่องจากกระแสเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้า และมีการเก็งผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ขณะที่ปัจจัยในประเทศแนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามให้ระวังแรงขายทำกำไรในระหว่างวัน การลงทุนเน้นกลุ่มที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 จะออกมาดี และกลุ่มที่ราคายัง Laggard เมื่อเทียบกับดัชนี หุ้นเด่นเลือก BEAUTY, CPALL, CPN, HMPRO, QH, ROBINS, ESSO, SPRC, MINT, CK, STEC และ UNIQ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (17 ต.ค.) คาดว่าจะแกว่ง Sideway up เนื่องจากกระแสเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้า และมีการเก็งผลประกอบการงวดไตรมาส 3/60 ด้วย ซึ่งฝ่ายวิจัยก็คาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 3/60 จะเติบโตเมื่อเทียบกับรายไตรมาส และเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมไปถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวแข็งแกร่ง ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในแดนบวก แต่ขณะนี้เริ่มมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง ทำให้ตลาดภูมิภาคเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบราว 0.1-0.2%

อย่างไรก็ตาม สัปดาห์นี้ยังต้องติดตามประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในหลายสาขาที่จะออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และให้ติดตามวุฒิสภาของสหรัฐฯจะพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ ปี 2561 ซึ่งการพิจารณาตรงนี้เป็นก้าวสำคัญให้กับแผนปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการพิจารณาในระยะถัดไป เนื่องจากมีความผูกพันกับงบประมาณด้วย พร้อมให้แนวรับ 1,720-1,722 จุด ส่วนแนวต้าน 1,730-1,735 จุด

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (17 ต.ค.) ว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับสูงขึ้น +1.1% ปิดที่ US$57.8/bbl จะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มน้ำมัน + โรงกลั่น อย่าง PTT PTTEP PTTGC TOP ขณะที่ผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารฯ แม้ไม่น่าจะมี surprise แต่ด้วย valuation “ไม่แพง” คาดว่าจะปรับสูงขึ้นต่อ ประกอบกับมีกระแสเงินทุนไหลเข้าจากองทุน LTF ปลายปี จะเป็นปัจจัยหนุน SET ไปที่ 1,740 จุด.ทั้งนี้การแกว่งตัวระยะสั้นถ้ายังไม่หลุด Trailing stop ที่ 1,708 จุด ถือว่ายังไม่น่ากลัว

แนะนำ “ซื้อ” 1) กลุ่มค้าปลีก ยังจะ Outperform ตลาดต่อไป ชอบ BEAUTY (กำไร 3Q17 ทำ new high) CPALL CPN HMPRO QH เป็น NAV Plays ตามราคา HMPRO) และ ROBINS มอง Same Store Same growth ฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q17 และคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นต่อใน 4Q17 – 2018

2) กลุ่มโรงกลั่น กำไร 3Q17 จะแข็งแกร่งจากค่าการกลั่นสูง และกำไรสต็อกน้ำมัน และคาดว่ากำไร 4Q17 จะยังออกมาดีต่อ ชอบ ESSO SPRC และ 3) “ซื้อ” MINT มองราคาหุ้นยังไม่สะท้อนกำไร 3Q17-4Q17 ที่ได้ผลดีจากการ renovate ห้องพักที่ Tivoli ขณะที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (17 ต.ค.) วาง Filter แนวรับดัชนี SET ที่ 1,700 – 1,710 จุด กรณียืนได้แนะนำถือพอร์ตการลงทุน แต่ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเก็งกำไรหากดัชนีปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับ 1,730 จุด เนื่องจาก Upside ของดัชนีเริ่มน้อย แนะนำซื้อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ยัง Laggard เมื่อเทียบกับดัชนี เช่น CK , STEC , UNIQ

Back to top button