“ต่างชาติ” ขายหุ้น “เดือนก.พ.” จับตาปี 64 “ซ้ำรอยเดิมหรือล้างอาถรรพ์”


ผู้สื่อข่าวมีการระบุว่า ในอดีตที่ผ่านมาย้อนหลัง 4 ปี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พฤติกรรมนักลงทุนต่างชาติมีการเทขายสุทธิหุ้นไทย “เงินทุนไหนออก” ต่อเนื่องเสมอมา

อย่างในช่วงปี 2560 เดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิจำนวน 3,749.46 ล้านบาท ต่อมาในปี 2561 เดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิจำนวน 41,381.97 ล้านบาท ส่วนในปี 2562 เดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิจำนวน 3,410.16 ล้านบาท และในปี 2563 เดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิจำนวน 19,648.82 ล้านบาท

กระทั้งมาถึงในปี 2564 ที่จะเริ่มเข้าช่วงเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ต้องมาลุ้นสิว่าพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติจะเป็นดังช่วงในอดีต (ขายสุทธิ) หรือไม่ หรือสามารถ “ล้างอาถรรพ์” ด้วยการเข้ามาซื้อ หลังจากปรากฏการณ์การของนักลงทุนต่างชาตินับจากต้นปีถึงปัจจุบัน “ข้อมูลค่าการซื้อขายสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค. – 29 ม.ค. 2564 กลุ่มนักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิแล้ว 10,902.95 ล้านบาท”

ทั้งนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ในปี 2564 ความเป็นไปได้ของการล้างอาถรรพ์ ซึ่งเหมือนว่าอาจจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หากไปในทิศทางของทางบทวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัส ประเมินการลงทุนในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ว่ามีลุ้นกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย แนวโน้ม “(ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้า” เพราะยังมีหลายปัจจัยหนุนให้ไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นฝั่งเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย

เนื่องจากไทยเริ่มมีการฉีดวัคซีนในเดือนกุมภาพันธ์นี้ น่าจะได้เห็นความต้องการซื้อที่หยุดชะงักไป (Pend up Demand) แรงกว่าในอดีตตอนมีการคลายล็อกดาวน์ และอาจฟื้นตัวได้เร็วเฉกเช่นหลายๆ ประเทศที่เริ่มมีการฉีดวัคซีน

โดยปัจจัยดังกล่าวจะหนุนให้กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีโอกาสฟื้นตัวเร็วขึ้น และอาจเห็นการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินจากสหรัฐมาในฝั่งเอเชียมากขึ้น ตามนโยบายการขึ้นค่าจ้างและภาษีในสหรัฐ ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน รวมถึงความกังวลเรื่องการลดขนาดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE Tapering) ผ่อนคลายลงมาก

นอกจากนี้สภาพคล่องทั่วโลกยังท่วม อีกทั้งตลาดหุ้นไทยกำไรในปี 2564 โตเด่นสุดในภูมิภาคถึง 7.2 แสนล้านบาท

เนื่องจากเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว อีกทั้งมีหลายปัจจัยที่คอยสนับสนุนให้ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องในระยะกลาง-ยาว ดังนั้นคงน้ำหนักหุ้นไทยไว้ที่ 40%

ส่วนการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีการขยายครอบคลุม 48 ล้านคน (38 ประเทศ) คิดเป็น 0.7% ของประชากรโลก โดยมีบางประเทศฉีดได้เร็ว อาทิ อิสราเอล ครอบคลุมไปแล้วเกือบ 40% ของประเทศ ซึ่งทางวารสารการแพทย์สากลคาดว่าในปีนี้จะเห็นการฉีดครอบคลุม 3 ใน 4 ของประชากรโลก ขณะที่ผู้ติดเชื้อทั่วโลกทยอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้ง 2 สิ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญช่วยลดความเสี่ยงขาลง (Downside) ของจีดีพีในปี 2564 และยังเห็นสำนักเศรษฐกิจ อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เริ่มปรับคาดการณ์จีดีพีปี 2564 ของโลกเพิ่มขึ้น จาก 5.2% เป็น 5.5%

นอกจากนี้ ยังเห็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบจัดเต็มทั้งในส่วนนโยบายการคลัง อาทิ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อัดฉีดเงิน 9% ของจีดีพีเพื่อพยุงเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินยังมีแนวโน้มผ่อนคลายต่อ อาทิ ยุโรป และไทย ที่มีโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ถือเป็นอีกหนึ่งแรงส่งให้เศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ทางด้าน Downside ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2564 แม้จะมีความเสี่ยงจากการกระจายตัวของผู้ติดเชื้อ แต่กำไรของอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมีสัดส่วนเพียง 4% ของกำไรทั้งหมด แต่อาจถูกหักล้างจากแรงหนุนกำไรกลุ่มพลังงานสัดส่วนกว่า 30% ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่ยังยืนเหนือสมมุติฐานที่ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล

ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยเดือนกุมภาพันธ์ย้อนหลัง 4 ปี

Back to top button