แนวโน้ม SET เช้าขึ้นตามตปท. คลายกังวล “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ย – ลุ้น Fund Flow ไหลเข้า


นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าปรับตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศ แม้ว่าเมื่อคืนสหรัฐรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ พ.ค.64 ระดับ 5% มากกว่าเดือนเม.ย.ที่อยู่ในระดับ 4.7% แต่ตลาดหุ้นดาวน์โจนส์บวกขึ้นไป 200 จุดระหว่างการซื้อขาย เพราะมองว่าเงินเฟ้อปรับขึ้นชั่วคราวจากฐานปีก่อนต่ำและราคารถยนต์มือสองสูงขึ้นเมื่อกลับมาเปิดเมืองทำให้คนกลับมาใช้รถมากขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวน์โจนส์ปิดบวกไปแค่ 19 จุด

นอกจากนั้น นักวิเคราะห์เห็นว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่ปรับขึ้นมารอบนี้คงไม่ได้กดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตเองปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือปรับลด QE นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปีปรับลดลงมาที่ 1.44% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน บ่งชี้ว่าตลาดฯ คลายความกังวลเรื่องของเฟด

ขณะที่เช้านี้ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่า เป็นไปได้ Fund Flow ไหลเข้ามาเอเชีย ประกอบกับราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อเนื่องโดยเมื่อคืนยืนเหนือ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็จะเป็นส่วนช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน

ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการขยายเวลาให้ธนาคารพาณิชย์ลดการนำส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เหลือ 0.23% จาก 0.46% จากที่สิ้นสุดปี 64 ต่อไปเป็นปีหน้า ซึ่งจะทำให้กำไรของแบงก์เพิ่มขึ้น 2-5% รวมทั้งอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกได้ แต่ไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิ ปัจจัยเหล่านี้เป็นบวกต่อกลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่ อาทิ BBL, SCB, KBANK และแบงก์ที่จ่ายปันผลสูง TISCO, KKP

ด้านนายกิติชาญ ยังกล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยขณะนี้กองทุนในประเทศซื้อ-ขายสลับกับนักลงทุนต่างประเทศ โดยการที่นักลงทุนต่างประเทศกลับเข้ามาซื้อทำให้หุ้นขนาดใหญ่ปรับขึ้น โดยมองว่าหุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจจะกลับมาในช่วงที่เหลือของเดือน มิ.ย.นี้ ได้แก่ แบงก์ พลังงาน และค้าปลีก

ขณะที่ประเด็นเรื่องวัคซีนโควิดในประเทศก็ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ล่าสุดรัฐบาลได้ทำสัญญาจองซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส รวมทั้งคาดว่าจะมีการฉีดวัคซีนได้ครอบคลุม 50% ของประชากรและจะกลับมาเปิดประเทศได้เต็มรูปแบบในปี 65

พร้อมให้แนวรับที่ 1,620 และ 1,618 จุด แนวต้านให้ที่ 1,630 และ 1,636 จุด

Back to top button