พณ. เปิดแนวโน้มเที่ยวไทยปี 69 คนไทยคุมงบไม่เกินหมื่น ภาคเหนือแชมป์จุดหมายปลายทาง

กระทรวงพาณิชย์ เผยผลสำรวจ ชี้พฤติกรรมท่องเที่ยวปลายปี 2568 สะท้อนแนวโน้มฉลองปีใหม่ 2569 พบว่า คนไทยยังเลือกเดินทาง แต่ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังไม่เกินหมื่นบาทต่อทริป ขณะที่ภาคเหนือยังได้รับความนิยมสูงสุด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ธ.ค.68) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เดือนพฤศจิกายน 2568 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 6,266 ราย เกี่ยวกับแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยช่วงปลายปี 2568

ผลการสำรวจพบว่า กิจกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การท่องเที่ยวคาเฟ่และร้านอาหารยอดฮิต รวมถึงการพักผ่อนอยู่ในที่พัก ขณะที่ภาคเหนือยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักของประชาชนที่ต้องการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ความแออัดและความหนาแน่นของแหล่งท่องเที่ยว ยังคงเป็นความกังวลสำคัญของนักท่องเที่ยว

สำหรับแผนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2568 พบว่า ภาคเหนือยังคงเป็นภูมิภาคที่ประชาชนต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 42.90 รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง ร้อยละ 19.17 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 14.95 โดยประชาชนในภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเดินทางไปท่องเที่ยวในภาคเหนือมากที่สุด

ขณะที่ประชาชนในภูมิภาคอื่น ๆ มีแนวโน้มเลือกเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคของตนเองเป็นหลัก โดยเฉพาะประชาชนในภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งมีสัดส่วนการท่องเที่ยวในภูมิภาคของตนเองอยู่ที่ร้อยละ 66.39 และ 53.19 ตามลำดับ

ด้านกิจกรรมที่คาดว่าจะทำระหว่างการท่องเที่ยว พบว่า การท่องเที่ยวธรรมชาติ ผจญภัย และกีฬา ได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 27.81 รองลงมา ได้แก่ การเที่ยวคาเฟ่และร้านอาหารยอดฮิต ร้อยละ 24.91 และการพักผ่อนในที่พัก ร้อยละ 18.02 โดยในเกือบทุกภูมิภาค ประชาชนมีการวางแผนทำกิจกรรมท่องเที่ยวธรรมชาติและร้านอาหารยอดฮิตเป็นหลัก ขณะที่ภาคตะวันตก นอกจากการท่องเที่ยวธรรมชาติแล้ว ยังมีความต้องการท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์เป็นลำดับรองลงมา

ในส่วนของการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวช่วงปลายปี พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่คาดว่าจะใช้จ่ายอยู่ในช่วง 5,000–10,000 บาทต่อคนต่อทริป รองลงมาเป็นค่าใช้จ่ายไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อทริป และค่าใช้จ่ายระหว่าง 10,001–30,000 บาทต่อคนต่อทริป ตามลำดับ โดยการท่องเที่ยวในภาคเหนือและภาคใต้ มีแนวโน้มใช้จ่ายสูงกว่าภูมิภาคอื่น

เมื่อพิจารณาตามประเภทค่าใช้จ่าย พบว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับค่าอาหารมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 29.15 รองลงมา ได้แก่ ค่าเดินทาง ร้อยละ 26.41 และค่าที่พัก ร้อยละ 25.90 ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านของฝากและการช็อปปิ้งมีสัดส่วนน้อยกว่า ทั้งนี้ กลุ่มอายุ 30–59 ปี และกลุ่มที่คาดว่าจะใช้จ่ายระหว่าง 30,001–50,000 บาทต่อทริป มีแนวโน้มใช้จ่ายด้านของฝากและการช็อปปิ้งมากกว่ากลุ่มอื่น

สำหรับความกังวลในการท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2568 พบว่า ความแออัดของสถานที่ท่องเที่ยวเป็นประเด็นที่ประชาชนกังวลมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 22.62 รองลงมา ได้แก่ ความกังวลด้านการจราจร ร้อยละ 21.58 และความปลอดภัยและอุบัติเหตุ ร้อยละ 20.63 โดยประชาชนอายุต่ำกว่า 29 ปี และกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป มีความกังวลด้านความปลอดภัยมากที่สุด ขณะที่กลุ่มอายุ 30–49 ปี มีความกังวลด้านความแออัดและการจราจรเป็นหลัก

เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค แม้ภาคเหนือจะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม แต่ประชาชนในพื้นที่ยังมีความกังวลเรื่องความแออัดและการจราจรสูงที่สุด ขณะที่ความกังวลด้านราคาสินค้าและบริการที่อาจปรับตัวเพิ่มขึ้น พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง

นอกจากนี้ สำหรับประชาชนที่ไม่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวช่วงปลายปี ปัญหาทางการเงินและค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่อยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ไม่ได้ทำงานและเกษียณอายุ รวมถึงกลุ่มอาชีพอิสระ ขณะที่ในภาคใต้ พบว่าสถานการณ์อุทกภัยเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้การท่องเที่ยวชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้การท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2568 และเทศกาลสำคัญอาจจะชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย จากสถานการณ์ภายในประเทศที่เกิดขึ้น อาทิ ความขัดแย้งบริเวณชายแดนและสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความรู้สึกและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี บรรยากาศการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2568 ที่กระจายไปทั่วประเทศ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี

ทั้งนี้ ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีอย่างเหมาะสม โดยมุ่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเดินทางตลอดเส้นทางคมนาคม การอำนวยความสะดวกและบริหารจัดการความแออัดของแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการจัดการการจราจรที่อาจติดขัดในช่วงเทศกาลสำคัญ เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตาม กำกับดูแล และควบคุมราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาในช่วงเวลาสำคัญ ควบคู่กับการส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชน ผ่านการสนับสนุนสินค้าชุมชนและสินค้าท้องถิ่น อาทิ แคมเปญ GI ไทย ส่งสุขปีใหม่ สุขใจชุมชน และแคตตาล็อกสินค้าของขวัญคุณภาพ GIFTS FOR GAIN เพื่อให้การท่องเที่ยวมีบทบาทในการกระจายรายได้ สนับสนุนสินค้าไทย และช่วยขยายโอกาสทางการตลาดของสินค้าไทยควบคู่กันไป ซึ่งจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต

Back to top button