
เปิดนโยบายเศรษฐกิจ “3 พรรคใหญ่” ปากท้องวันนี้ กับโจทย์โครงสร้างระยะยาว
ก้าวเข้าสู่ปี 2569 พรรคการเมืองต่างเร่งเดินหน้าเสนอแนวนโยบาย เพื่อช่วงชิงความเชื่อมั่นจากประชาชน ก่อนตัดสินใจเข้าคูหา กาบัตรเลือกตั้ง มอบอำนาจให้ตัวแทนเข้าไปบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า
สนามเลือกตั้งปี 2569 หนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่ทุกรัฐบาลจะถูกคาดหวังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ “นโยบายเศรษฐกิจ” ท่ามกลางความท้าทายที่ต่อเนื่องจากปีก่อน ทั้งแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก และปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ
โดยเฉพาะกรณี ภาษีตอบโต้ทางการค้า (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งไทยถูกกำหนดอัตราภาษี ร้อยละ 19 และยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดขั้นสุดท้าย ส่งผลต่อภาคการส่งออกและบรรยากาศการค้า
ขณะเดียวกัน ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง ทั้งระดับหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดในการเติบโตของภาคธุรกิจ โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่า ปี 2569 อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) จะชะลอลงอยู่ในช่วงร้อยละ 1.2–2.2 โดยมีค่ากลางการประมาณการที่ร้อยละ 1.7
การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้ นโยบายเศรษฐกิจจึงกลายเป็นหนึ่งใน “นโยบายเรือธง” ที่แทบทุกพรรคการเมืองหยิบยกขึ้นมาเป็นจุดขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน และภาคธุรกิจ
ทีมข่าว ข่าวหุ้นธุรกิจ รวบรวมจุดเด่นนโยบายเศรษฐกิจของ 3 พรรคการเมืองใหญ่ ในสนามเลือกตั้งที่มีการแข่งขันเข้มข้น เพื่อนำเสนอภาพรวมให้เห็นชัดว่าแต่ละพรรควางแนวทางรับมือโจทย์เศรษฐกิจไทยอย่างไร
พรรคภูมิใจไทย

พรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบ “เศรษฐกิจ 10 Plus” ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลปัญหาปากท้องของประชาชน ผู้มีรายได้น้อย และผู้สูงวัย ไปจนถึงการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว
นโยบายสำคัญประกอบด้วย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” การสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) การส่งเสริมการลงทุนทั้งจากภายในประเทศและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รวมถึงการลงทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน
ขณะเดียวกัน พรรคยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว การเชื่อมโยงการค้าในตลาดโลก ตลอดจนการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อรองรับการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว
พรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิดเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบ “สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน” โดยวางนโยบายเศรษฐกิจ 10 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาวินัยการคลัง การกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ไปจนถึงการพัฒนาทุนมนุษย์และการลดค่าครองชีพประชาชน
นโยบายที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ มาตรการพักหนี้เกษตรกร แนวคิดหวยเกษียณ การผลักดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รวมถึงการใช้ทรัพย์สินของรัฐเพื่อสร้างรายได้ และการลงทุนโดยภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม
นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังชูแนวคิดการยกระดับเศรษฐกิจไทยไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าสูง ควบคู่กับการลดสัดส่วนเศรษฐกิจนอกระบบ และการปรับบทบาทรัฐจากผู้ควบคุมไปสู่ผู้ให้บริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ
พรรคประชาชน

พรรคประชาชนเสนอนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ผ่านแนวคิด “หวยใบเสร็จ SMEs” เพื่อสร้างแรงจูงใจในการซื้อสินค้าและบริการจากธุรกิจรายย่อย ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศ
ขณะเดียวกัน พรรคยังเสนอชุดนโยบายด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งยกระดับทักษะดิจิทัลของประชาชนผ่านคูปองสนับสนุนการเรียนรู้ ทั้งยังมีข้อเสนอด้านสวัสดิการในหลายมิติ ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ค่าโดยสาร ค่าเช่าบ้าน และค่าไฟฟ้า โดยยึดแนวคิดลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความเท่าเทียมควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาพรวม
แม้นโยบายเศรษฐกิจของแต่ละพรรคจะมีจุดเน้นแตกต่างกัน แต่ภาพรวมสะท้อนว่าทุกพรรคให้ความสำคัญทั้งมาตรการระยะสั้น เพื่อดูแลปัญหาปากท้อง และแนวทางเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ภาระหนี้ในประเทศ และโจทย์การแข่งขันทางการค้า นโยบายเศรษฐกิจจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ประชาชนต้องนำมาพิจารณา ก่อนตัดสินใจเลือกตัวแทนเข้าไปกำหนดทิศทางประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า
นโยบายเศรษฐกิจของแต่ละพรรค จึงไม่ได้ถูกจับตาเฉพาะในมุมประชาชนเท่านั้น แต่ยังมีนัยต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและตลาดทุนในระยะถัดไป

