“เอกนิติ” ปฏิรูป TFEX ครั้งใหญ่! ดัน “คาร์บอน-ดิจิทัล” ยกระดับตลาดทุนไทยสู่สากล

กระทรวงการคลัง เดินหน้ายกระดับ TFEX ครั้งใหญ่ ขยายกรอบสินค้าอ้างอิงใหม่ ดัน “คาร์บอนเครดิต–สินทรัพย์ดิจิทัล” ยกระดับตลาดทุนไทยสู่มาตรฐานสากล


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  วันนี้ (10 ก.พ.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเดินหน้ายกระดับ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (TFEX) ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินการลงทุน และตอบโจทย์วิสัยทัศน์เศรษฐกิจใหม่ของไทย โดยมุ่งเสริมมิติเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัลให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ผ่านการปรับปรุงและเพิ่มเติมสินค้าอ้างอิงและตัวแปรอ้างอิงภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 เพื่อเพิ่มความหลากหลาย ครอบคลุม และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของตลาดอนุพันธ์ไทย ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่รัดกุมและคุ้มครองผู้ลงทุน

ปัจจุบันตลาดอนุพันธ์ทั่วโลกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินค้าแบบดั้งเดิม แต่ขยายไปสู่สินทรัพย์ใหม่ที่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจจริงและความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ตั้งแต่คาร์บอนไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจดิจิทัล การมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รองรับโอกาสใหม่จึงถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญ

กระทรวงการคลังจึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยกระดับกรอบสินค้าและตัวแปรอ้างอิงให้สอดคล้องมาตรฐานสากล มีความโปร่งใส และคุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทย

ภายใต้หลักการปรับปรุงดังกล่าว กระทรวงการคลังและ ก.ล.ต. เห็นพ้องในการยกระดับ TFEX ให้รองรับผลิตภัณฑ์สำคัญของอนาคต ตามหลักการกำหนดสินค้าและตัวแปรอ้างอิงเพิ่มเติมภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ประกอบด้วย

  1. ยกระดับคาร์บอนเครดิตจากเดิมที่เป็นตัวแปรอ้างอิง ให้เป็นสินค้าอ้างอิงที่สามารถส่งมอบได้รองรับทั้งการซื้อขายแบบส่งมอบจริงและการชำระราคาเป็นส่วนต่าง (cash settlement) เพื่อผลักดันคาร์บอนจากแนวคิดเชิงนโยบายสู่กลไกตลาดที่ใช้งานได้จริง
  2. เพิ่มสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) และ ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC)เป็นสินค้าอ้างอิง สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นระบบ
  3. เพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล เป็นสินค้าอ้างอิง เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุม รองรับการลงทุนทั้งในและต่างประเทศตามการเติบโตของตลาด
  4. เพิ่มดัชนีบนตัวแปรอ้างอิงเช่น อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และค่าระวาง รวมถึงดัชนีบนสินค้าอ้างอิง เพื่อสะท้อนสภาพตลาดได้ครบถ้วนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  5. ปรับปรุงขอบเขตสินค้าอ้างอิงบางรายการให้ครอบคลุมมากขึ้น อาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี ให้สอดคล้องกับโครงสร้างสินค้าในตลาดจริง

นายเอกนิติระบุเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยให้ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย สอดคล้องมาตรฐานสากลและความต้องการของผู้ลงทุน ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. จะสามารถติดตาม ตรวจสอบ และกำกับดูแลศูนย์ซื้อขายและผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงกำหนดรายละเอียดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (contract specification) ได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อผู้ลงทุนและตลาดทุนโดยรวม

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังย้ำว่า การสนับสนุน ก.ล.ต. ในการยกระดับกรอบดังกล่าว เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ตลาดอนุพันธ์ไทยเดินหน้าไปพร้อมกับโลกการลงทุนยุคใหม่ โดยสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินและการคุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อให้ TFEX เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Back to top button