“อมรเทพ” เตือน 4 แรงกดดัน FDI ไทย หลังศาลสูงสหรัฐ สกัดอำนาจภาษีทรัมป์

นักเศรษฐศาสตร์เตือนคำวินิจฉัยศาลฎีกาสหรัฐฯ แม้ช่วยลดแรงกดดันภาษีต่อสินค้าไทยในระยะสั้น แต่เพิ่มความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าโลก เสี่ยงฉุดการตัดสินใจลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้าไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในบทวิเคราะห์หัวข้อ “ศาลฎีกาสหรัฐฯ เบรกภาษีทรัมป์: ข่าวดีที่มาพร้อมดาบสองคม และฝันร้าย FDI ไทย?” โดยระบุว่า แม้คำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่มีมติ 6 ต่อ 3 จำกัดการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) จะเป็น “ข่าวดี” ต่อสินค้าไทยในระยะสั้น แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความไม่แน่นอน” ระลอกใหม่ที่ไทยต้องตั้งรับให้ดี

ทั้งนี้ ดร.อมรเทพ ประเมินว่า มี 4 ประเด็นสำคัญที่ไทยต้องจับตา ได้แก่

  1. สินค้าไทย “รอด” ภาษี 19% (ชั่วคราว) คำสั่งศาลช่วยให้สินค้าไทยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากมาตรการภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) ในอัตราสูงถึง 19% โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน ยางและผลิตภัณฑ์ยาง รวมถึงอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังสามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้ในระยะสั้น
  2. ทรัมป์ไม่ยอมแพ้ “อาวุธใหม่” กำลังมา แม้ศาลจะจำกัดการใช้ IEEPA แต่ฝ่ายบริหารยังสามารถขยับไปใช้เครื่องมือทางกฎหมายอื่น เช่น Section 122 เพื่อขึ้นภาษี 10% ได้ทันทีในระยะเวลา 150 วัน รวมถึงมาตรการเฉพาะรายสินค้า ภายใต้ Section 232 และ Section 301 ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้
  3. FDI เสี่ยงชะลอ จาก “สุญญากาศทางกฎหมาย” นักลงทุนต่างชาติที่อยู่ระหว่างการพิจารณาย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังไทยภายใต้แนวโน้ม China Plus One อาจชะลอการตัดสินใจลงทุนในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในระยะถัดไป ซึ่งอาจกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในไทย
  4. สินค้าจีนทะลัก ไทยเสี่ยงเป็น “ถังขยะระบายของ” แม้มาตรการภาษีภายใต้ IEEPA จะถูกจำกัด แต่ภาษีเฉพาะรายสินค้า ภายใต้ Section 301 ที่มีต่อจีนยังคงมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้สินค้าจีนอาจเบี่ยงเบนการส่งออกเข้าสู่ตลาดอาเซียน รวมถึงไทย ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการในประเทศจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น

“ชัยชนะในศาลฎีกาครั้งนี้อาจเป็นเพียง ‘ความสงบก่อนพายุใหญ่’ การที่ Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งขึ้นสะท้อนว่าตลาดกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ และความพยายามของทรัมป์ที่จะลากเรื่องนี้เข้าสู่เกมการเมืองในสภาฯ จะทำให้ปี 2026 เป็นปีที่การค้าโลกผันผวนที่สุด ไทยเราต้องรีบเจาะตลาดอื่น (FTA) และคุมเข้มสินค้าทะลักจากจีนให้ทันท่วงทีครับ!” ดร.อมรเทพ ระบุทิ้งท้าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ศาลเบรกไม่อยู่! “ทรัมป์” เปิดศึกภาษีโลก 10% หลัง “Reciprocal Tariffs” สะดุด

Back to top button