
“พิพัฒน์” สั่งตรึง “ค่าโดยสาร” ทุกระบบ ช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง
“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” กำชับคุมค่าโดยสารขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมสั่งห้ามปรับขึ้นเกินกฎหมาย และรวบรวมการใช้พลังงานในภาคขนส่ง เตรียมพร้อมหากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยืดเยื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 มี.ค.69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท เพื่อไม่ให้มีการขึ้นค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้า เกินกว่ากรอบที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ให้บริการตรึงอัตราค่าโดยสาร ในช่วงที่รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ และสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินมาตรการในทุกระบบการเดินทางและการขนส่งอย่างใกล้ชิด ดังนี้
– กรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบและกวดขันรถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ และรถรับจ้างทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด
– กรมเจ้าท่า ตรวจสอบผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าไม่ให้คิดค่าบริการเกินกว่าที่กำหนด พร้อมติดตามค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
– สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กำกับดูแลสายการบินในการกำหนดค่าโดยสารและค่าขนส่งสินค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณามาตรการตรึงค่าโดยสารในช่วงสถานการณ์ผันผวน
– กรมการขนส่งทางราง ประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะรถจักรที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล เพื่อเตรียมแนวทางบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานในภาคการขนส่ง รายงานสถานการณ์ให้ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัย ด้านการคมนาคมทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการให้บริการสาธารณะ และศึกษามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อระบบขนส่ง
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นอันดับแรก กระทรวงคมนาคมจะกำกับดูแลไม่ให้เกิดการขึ้นค่าโดยสารเกินกว่ากฎหมายกำหนด และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะยังคงให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม” นายพิพัฒน์ ระบุ

