
หอการค้าไทยแจงปม “น้ำมันหมด” ชี้ดีมานด์พุ่ง หลังเอกชนรายใหญ่แห่เติมหน้าปั๊มสู้ต้นทุน
รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ชี้ปั๊มน้ำมันบางแห่งหมดหรือส่งไม่ทันจากดีมานด์พุ่ง แจงในที่ประชุมว่า ผู้ประกอบการบางส่วนหันเติมหน้าปั๊มแทนซื้อผ่านจ๊อบเบอร์ แนะรัฐกำกับราคาเหมาะสม กระจายภาระ พร้อมประหยัดพลังงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand วันที่ 16 มีนาคม 2569 ภายหลังเข้าร่วมประชุมที่อาคารรัฐสภา เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมัน
นายภูมินทร์ ระบุว่า หอการค้าฯ ได้สะท้อนปัญหาไปก่อนหน้านี้แล้วกรณีผู้ประกอบการรายใหญ่บางส่วนเลิกซื้อน้ำมันจากจ๊อบเบอร์หรือหน้าคลัง หันมาซื้อน้ำมันที่หน้าปั๊มเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป
“จะใช้คำว่าแย่งคงจะไม่ถูก เป็นเรื่องของธุรกิจต้องอยู่รอด อะไรที่ลดต้นทุนได้ผู้ประกอบการก็ต้องทำ ทำให้การแข่งขันบนพื้นฐานเดียวกัน เจ้าเล็ก ๆ ก็เติมหน้าปั๊มอยู่แล้ว” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าว
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่แตกต่างกันถือเป็นแรงจูงใจสำคัญ โดยช่วงเริ่มต้นส่วนต่างราคาอยู่ที่ประมาณ 11 บาทต่อลิตร แต่ขณะนี้จากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ส่วนต่างอาจลดลงบ้าง ตัวอย่างเช่น หากซื้อดีเซลหน้าปั๊ม ราคาจะอยู่ที่ประมาณลิตรละ 29.94 บาท แต่หากซื้อผ่านจ๊อบเบอร์จะอยู่ที่ราวลิตรละ 40 บาท
นายภูมินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมได้ชี้แจงกรณีปั๊มน้ำมันบางแห่งมีการขึ้นป้ายว่าน้ำมันหมดหรือส่งไม่ทัน ว่า เกิดจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพราะบริษัทขนาดใหญ่ซื้อน้ำมันไปกักตุนตามที่มีการกล่าวอ้าง
สำหรับด้านซัพพลายของภาครัฐนั้นมีปริมาณเพียงพอ แต่ต้องพิจารณาว่ายอดขายน้ำมันในแต่ละวันมีความผิดปกติหรือไม่ โดยข้อมูลที่รับฟังในที่ประชุมพบว่าในช่วง 3–4 วันที่ผ่านมา ยอดขายไม่ได้ผิดแปลกจากปกติ
ส่วนกรณีปั๊มน้ำมันหลายแห่งขึ้นป้ายว่าน้ำมันหมด นายภูมินทร์ อธิบายว่า เป็นผลจากจำนวนผู้มาใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณขายจากเดิมที่ประมาณวันละ 20,000 ลิตร อาจเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ลิตร
ทั้งนี้ หอการค้าฯ ได้เสนอให้ภาครัฐเข้ามากำกับดูแลโครงสร้างราคาให้เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อเกิดปัญหามักมีการออกประกาศมาตรการต่าง ๆ แต่ไม่ได้มีการอุดหนุนผู้ประกอบการรายใหญ่โดยตรง โดยผู้ประกอบการรายใหญ่มีบทบาทต่อราคาสินค้า หากต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลให้ราคาสินค้าอื่นปรับเพิ่มตามไปด้วย รวมถึงเรือในประเทศบางประเภทที่เติมน้ำมันครั้งละ 3–4 หมื่นลิตร ซึ่งต้องซื้อตรง หากราคาน้ำมันปรับขึ้น ต้นทุนสินค้าก็จะเพิ่มขึ้นตาม
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐไม่สามารถอุดหนุนราคาทั้งระบบได้ เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงจำเป็นต้องกระจายภาระและให้ทุกฝ่ายร่วมกันรับผิดชอบ พร้อมทั้งส่งเสริมการประหยัดพลังงาน เพื่อให้การใช้น้ำมันหมุนเวียนได้อย่างเหมาะสม
“ไม่ใช่ประหยัดเพราะน้ำมันไม่มี แต่เพื่อให้หมุนเวียนกันทำ” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ระบุ
นายภูมินทร์ กล่าวด้วยว่า บทสรุปของการประชุมเมื่อวานนี้ คือให้กระทรวงพลังงานไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปัญหาที่หอการค้าฯ สะท้อนขึ้นมา รวมถึงพิจารณามาตรการเฉลี่ยความเดือดร้อน และการกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในภาพรวม

