
บีโอไอเร่งเครื่องดัน FastPass แก้คอขวดไฟฟ้า-ที่ดิน ล่าสุดเคาะหนุน “บินไทย” 7 พันล้าน
บอร์ดบีโอไอ เร่งลงทุนผ่าน “Thailand FastPass” ปลดล็อกไฟฟ้า-ที่ดิน ดันโครงการเดินหน้า พร้อมเคาะลงทุน THAI 2 โครงการ มูลค่า 7 พันล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนการลงทุน โดยเฉพาะการเร่งรัดการลงทุนผ่านระบบ Thailand FastPass และการปลดล็อกอุปสรรคหลักที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด และการจัดหาพื้นที่ลงทุน

ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าของมาตรการ Thailand FastPass ซึ่งเป็นระบบเร่งรัดการอนุมัติ/อนุญาตเพื่ออำนวยความสะดวกและเร่งรัดการลงทุนสำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยโครงการที่ได้รับคัดเลือกให้รับบัตร Thailand FastPass ในเฟสแรก 16 โครงการ มูลค่าการลงทุนกว่า 1.7 แสนล้านบาท ทั้งหมดได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้ว โดยมี 7 โครงการได้มายื่นขอออกบัตรส่งเสริมเรียบร้อยแล้ว และมี 4 โครงการที่ได้รับใบอนุญาตหรือการอนุมัติจากหน่วยงานพันธมิตรแล้ว ในส่วนที่เหลือบีโอไอกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับความคืบหน้าของการติดตามโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุมัติช่วงปี 2566-2568 จำนวน 78 โครงการ มูลค่า 4.8 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มี 35 โครงการ มูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท สามารถเริ่มลงทุนได้แล้ว และมี 30 โครงการ มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท มีแผนเริ่มลงทุนชัดเจนในปี 2569-2570
ขณะที่อีก 13 โครงการ มูลค่าประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ยังมีประเด็นที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ทั้งเรื่องไฟฟ้า ที่ดิน และใบอนุญาตต่าง ๆ โดยคาดว่าหากแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ จะทำให้เกิดการลงทุนจริงของโครงการในกลุ่มนี้อีกประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2570
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางและมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาการลงทุน 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด และการจัดหาพื้นที่สำหรับการลงทุน ดังนี้
ด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด บอร์ดบีโอไอเห็นความจำเป็นในการเร่งเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และโครงการ Data Center ซึ่งปัจจุบันมี Data Center ได้รับการส่งเสริมแล้ว 55 โครงการ มีความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 4.5 กิกะวัตต์ และจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะต่อไป
ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) บูรณาการความร่วมมือกับบีโอไอ การไฟฟ้าต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้สามารถรองรับการลงทุนได้อย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของความมั่นคง ความเพียงพอของไฟฟ้า พื้นที่ และการเข้าถึงพลังงานสะอาด
ทั้งนี้ บอร์ดบีโอไอยังกำหนดให้โครงการ Data Center ต้องได้รับหนังสือยืนยันการจ่ายไฟจาก กกพ. ก่อนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนสามารถดำเนินการต่อไปได้
ด้านการจัดหาพื้นที่สำหรับการลงทุน บอร์ดบีโอไอรับทราบความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดินเพื่อการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาได้เร่งดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่
- การทบทวนผังเมืองเพื่อเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมในอนาคต
- การจัดทำแนวทางปฏิบัติการขุดและถมดิน เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมพื้นที่ได้เร็วขึ้น โดยปัจจุบัน กนอ. จัดทำร่างแนวทางแล้วเสร็จและคาดว่าจะออกประกาศในเดือนเมษายน 2569
- การเร่งรัดการขอเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินสาธารณสมบัติในนิคมอุตสาหกรรม โดยมีการเร่งรัด 25 โครงการที่อยู่ระหว่างขออนุญาต และกำหนด 4 โครงการเป้าหมายสำคัญเพื่อผลักดันให้ใช้พื้นที่ได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้เสนอคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน พิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินสาธารณสมบัติให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้บีโอไอติดตามความคืบหน้าในการลงทุนจริงของโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมเป็นรายไตรมาส เพื่อประเมินสถานะการดำเนินงานของแต่ละโครงการอย่างใกล้ชิด และสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคได้อย่างทันท่วงทีในทุกขั้นตอนของการลงทุน เพื่อให้เกิดการลงทุนจริงได้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงผ่อนผันหลักเกณฑ์สัดส่วนการจ้างงานบุคลากรไทยสำหรับโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูง โดยกำหนดเงื่อนไขการฝึกอบรมบุคลากรไทยเพื่อทดแทนตำแหน่งงานที่ได้รับการผ่อนผันภายในระยะเวลา 3 ปี
และที่ประชุมได้อนุมัติโครงการกิจการขนส่งทางอากาศ 2 โครงการ ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI มูลค่าลงทุนรวม 7,143 ล้านบาท ในการเช่าเครื่องบินใหม่ จำนวน 8 ลำ เพื่อให้บริการขนส่งทางอากาศสำหรับเส้นทางระหว่างประเทศ

นายนฤตม์ กล่าวว่า บีโอไอให้ความสำคัญกับการเร่งรัดให้โครงการที่ได้รับอนุมัติสามารถลงทุนจริงได้โดยเร็ว ควบคู่กับการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและระยะเวลาการอนุมัติ/อนุญาต แก่นักลงทุน ผ่านกลไก Thailand FastPass ตลอดจนเร่งแก้ไขอุปสรรคสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้าและพลังงานสะอาด และการจัดหาพื้นที่สำหรับการลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานลงทุนที่พร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการแข่งขันในเวทีโลก

