
ศบก.เปิดวาล์ว! โรงกลั่นเร่งผลิตน้ำมันเข้าระบบ คาดปั๊มทั่วประเทศฟื้นใน 2 วัน
เลขาฯ สภาพัฒน์ ชี้ “ปตท.-บางจาก” เร่งผลิตน้ำมันเพิ่ม 9% ปรับระบบกระจายผ่านจ๊อบเบอร์ แก้ดีเซลตึงตัว คุมส่งออกไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมเร่งเปิดแดชบอร์ดติดตามสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 มี.ค.69) ในการแถลงของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยว่า จากการสอบถามข้อมูลบริษัทน้ำมันรายใหญ่ ได้แก่ ปตท. และบางจาก ซึ่งมีสัดส่วนตลาดสูง พบว่า ทั้งสองบริษัทได้เพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมัน 9% โดยเฉพาะ ปตท. เพิ่มการผลิตน้ำมันดีเซล เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศ
ทั้งนี้ ได้ปรับรูปแบบการกระจายน้ำมัน โดยเพิ่มสัดส่วนส่งผ่านผู้ค้าส่ง (จ๊อบเบอร์) มากขึ้น เพื่อลดการเข้ามาเติมน้ำมันของภาคอุตสาหกรรมในสถานีบริการ ส่งผลให้สถานีบริการสามารถสำรองน้ำมันไว้ให้บริการประชาชนได้เพียงพอมากขึ้น
ขณะเดียวกัน กลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ ไทยออยล์, GC, IRPC และบางจาก ภายหลังการผ่อนคลายเงื่อนไขน้ำมันสำรอง ทำให้สามารถทยอยส่งน้ำมันออกสู่ตลาดตามโควตาเดิม โดยคาดว่าการกระจายปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบจะใช้เวลาประมาณ 1–2 วัน
ในส่วนของการติดตามสถานการณ์ รัฐบาลอยู่ระหว่างจัดทำระบบแดชบอร์ด (Dashboard) แสดงข้อมูลปริมาณน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่น คลังน้ำมัน ไปจนถึงผู้ค้ารายย่อย โดยดึงข้อมูลจากผู้ค้าตามมาตรา 7 คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในเย็นวันนี้ หรืออย่างช้าในวันที่ 25 มีนาคม 2569
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังทุกจังหวัด ให้จัดตั้งทีมตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทุกแห่งในระดับอำเภอ เพื่อรายงานข้อมูลเข้าส่วนกลาง ป้องกันการกักตุน
สำหรับประเด็นการส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน นายดนุชา ชี้แจงว่า ปัจจุบันจำกัดการส่งออกไว้เพียง 2 ประเทศ รวมไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน ได้แก่ สปป.ลาว กว่า 4 ล้านลิตรต่อวัน และเมียนมา ประมาณ 3 แสนลิตรต่อวัน
โดยในกรณี สปป.ลาว เป็นการเชื่อมโยงด้านพลังงาน เนื่องจากไทยมีการนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งในระยะต่อไป หากราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลกปรับสูงขึ้น อาจต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำตามแนวทาง Energy Mix เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าโดยรวม
ส่วนเมียนมา เป็นการส่งน้ำมันไปใช้ในแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งก๊าซดังกล่าวจะถูกส่งกลับมาใช้ผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าราชบุรี รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคกลางและภาคใต้
เลขาธิการสภาพัฒน์ ระบุว่า สถานการณ์พลังงานยังมีความไม่แน่นอน ขอความร่วมมือประชาชนลดความตื่นตระหนก และร่วมกันประหยัดการใช้น้ำมัน โดยปัจจุบันกำลังการผลิตน้ำมันของโรงกลั่นในประเทศ อยู่ที่ประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน และสามารถเพิ่มได้สูงสุดไม่เกิน 10% จากระดับปัจจุบัน

