“ไทยช่วยไทย” บุก 5 แพลตฟอร์ม “ศุภจี” อัดโปรส่งฟรี–คูปอง ลดค่าครองชีพ

“ศุภจี” ดัน “ไทยช่วยไทย” ขึ้น 5 แพลตฟอร์มออนไลน์ จับมือเดลิเวอรีขายสินค้าจำเป็น ลดสูงสุด 50% ส่งฟรี 5 กม. พร้อมคูปอง “ลดแล้วลดอีก” เริ่ม 16 เม.ย. พยุงค่าครองชีพ รับมือวิกฤตพลังงาน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้บูรณาการความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและผู้ให้บริการเดลิเวอรีรายใหญ่ ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok, Grab และ Lineman เข้ามาเป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายสินค้า ไทยช่วยไทย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในราคาประหยัดให้แก่ประชาชนได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคในเมืองและผู้ที่นิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

ทั้งนี้ สินค้าไทยช่วยไทยที่นำมาจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์จากผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดรายใหญ่ ได้แก่ Tops, Big C และ Lotus ครอบคลุมสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง โดยจำหน่ายในราคาลดพิเศษเฉลี่ย 20–50% จากราคาท้องตลาด

สำหรับตัวอย่างสินค้า อาทิ ข้าวหอม 100% ขนาด 5 กิโลกรัม ราคาโปรโมชัน 112 บาท กระดาษชำระ 24 ม้วน ราคา 95 บาท ผงซักฟอก 1,000 กรัม ราคา 35 บาท และน้ำยาล้างจานแพ็ก 3 ราคา 99 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ต่ำกว่าสินค้าแบรนด์หลักในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นราคาเดียวกับที่จำหน่ายในห้างค้าปลีก

ในส่วนของการให้บริการจัดส่ง กระทรวงพาณิชย์ได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการเดลิเวอรี โดยกำหนดสิทธิประโยชน์ ส่งฟรีในระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร พร้อมมอบคูปองส่วนลดเพิ่มเติมในรูปแบบ ลดแล้วลดอีกเพื่อจูงใจการใช้จ่ายและเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงหลังเทศกาล

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การขยายช่องทางสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากการเปิดตัวโครงการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับในระดับที่น่าพอใจ โดยการเพิ่มช่องทางดิจิทัลจะช่วยลดข้อจำกัดด้านการเดินทางของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น

ขณะเดียวกันไทยช่วยไทย ยังเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ค้าปลีกท้องถิ่นในภูมิภาคทั่วประเทศ เข้าร่วมจำหน่ายสินค้ากว่า 1,000 รายการ ควบคู่กับโมเดิร์นเทรด รวมถึงการนำสินค้าโอทอปและสินค้าชุมชนเข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มเติมในระดับภูมิภาค พร้อมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานในทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์จุดแข็ง–จุดอ่อน และพัฒนาเป็นต้นแบบนโยบายด้านการลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของภาครัฐในการประคับประคองค่าครองชีพประชาชน ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันที่ 16 เมษายน 2569 ณ ห้อง 301 ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 3 ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี เป็นประธานการประชุมโครงการเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน ร่วมกับ 5 รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนทั่วประเทศ

ที่ประชุมเน้นขับเคลื่อนสินค้าราคาประหยัด ควบคู่การขยายช่องทางจำหน่ายให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น ทั้งร้านค้า ห้างค้าปลีก และแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยต่อยอดโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

Back to top button