
“ศุภจี” จ่อถก รมว.ท่องเที่ยว ปม Exit Fee คนไทยบินต่างประเทศ
“ศุภจี” เล็งหารือ รมว.ท่องเที่ยว ปมแนวคิดเก็บ Exit Fee คนไทยบินต่างประเทศ 1,000 บาท/ครั้ง ย้ำต้องพิจารณารายละเอียดรอบคอบ ด้าน “สุรศักดิ์” แจงอยู่ระหว่างศึกษา ยังไม่เสนอเข้าครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 เม.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ด้านการท่องเที่ยว) กล่าวถึงกรณีแนวคิดจัดเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ (Exit Fee) อัตรา 1,000 บาทต่อครั้งของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ความชัดเจนเรื่องดังกล่าวต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งนายสุรศักดิ์จะต้องเสนอเรื่องให้ตนก่อนเข้านำเข้าที่ประชุม
ผู้สื่อข่าวถามความเห็นว่าเรื่องนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ นางศุภจี ระบุว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นรายละเอียด ต้องขอไปพูดคุยรายละเอียดกับนายสุรศักดิ์ก่อน โดยจะต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ
ที่พรรคภูมิใจไทย นายสุรศักดิ์ กล่าวถึงการเก็บค่าธรรมเนียม 1,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินออกทางไปเที่ยวต่างประเทศ ว่า เป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพระราชกำหนดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2526 ที่ประเทศไทยเคยดำเนินการจัดเก็บมาแล้วช่วงปี 2540
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นแนวความคิดที่จะศึกษาของกระทรวงการคลัง แต่พอผู้สื่อข่าวสอบถามกลายเป็นว่า ตนไปจัดเก็บ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่มีอำนาจจัดเก็บในส่วนนี้ แต่จากการที่กระทรวงการคลังได้เชิญสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ก็มีความกังวลว่า จะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปทำอะไร และใช้อย่างไร
นายสุรศักดิ์ ระบุว่า หลักการของการจัดเก็บภาษีครั้งนี้อยู่บนความคิดของจัดเก็บผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ส่วนวีซ่าประเภทอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทูต วีซ่า Work Permit และวีซ่าต่าง ๆ จะพิจารณาเป็นบางกลุ่มที่ยกเว้นได้ พร้อมย้ำว่า การจัดเก็บดังกล่าวยังไม่ใช่เวลาที่จะมาสรุป เป็นเพียงแนวทางการรับฟังความเห็น ซึ่งตัวเลข 1,000 บาท เป็นตัวเลขที่เคยจัดเก็บในอดีตเท่านั้น จึงนำตัวเลขนี้กลับมาพิจารณา ซึ่งจะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บนำมากระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย
ทั้งนี้ ATTA รวมถึงสมาคมต่าง ๆ ได้ทำหนังสือ และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์ทั่วไทย ซึ่งตรงกับความคิดของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่การจะสนับสนุนในทุก ๆ เรื่องคงหนีไม่พ้นเรื่องของงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ แน่นอนว่าการกู้เงินหนีไม่พ้นว่าจะเป็นภาระของประชาชน แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้มีเงินเข้ามาช่วยการท่องเที่ยว
“พูดง่าย ๆ ว่าจัดเก็บคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ เพื่อมาช่วยคนไทยที่ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หรืออยากจะเที่ยวในประเทศไทยอยู่แล้วจะได้รับการสนับสนุนจากตรงนั้น และไม่ใช่การจัดเก็บคนที่จะไปเรียนหรือคนไปทำงาน ซึ่งในพระราชกำหนดมีการระบุไว้ว่าจะจัดเก็บได้สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท แต่ยืนยันว่ายังเป็นเพียงการศึกษาและยังไม่มีการสรุปว่าจะเข้าที่ประชุมครม. เมื่อไหร่ และย้ำว่ามีการคิดเป็นอย่างดีว่าเงินที่ได้จากผู้ที่เดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศจะกลับมาให้คนไทยได้เที่ยวในประเทศ” นายสุรศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ที่บอกว่าแค่ศึกษาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นการฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะนำกลับไปพิจารณาหลักการ โดยจะพิจารณาว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการจัดเก็บ ราคาเท่าไหร่ที่เหมาะสม ระยะเวลาที่จัดเก็บควรจะเป็นช่วงไหน และบุคคลใดบ้างที่ควรจะได้รับการยกเว้น ซึ่งกระทรวงการคลังและรัฐบาลจะต้องเอาไปรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาต่อไป