
ดัชนีส่งออกไทย ก.พ. 69 โต 2.2% รับอานิสงส์อิเล็ก–สินค้าเกษตรพุ่ง ฟากนำเข้าขยายตัว 4.9%
สนค. กระทรวงพาณิชย์ เผยดัชนีราคาส่งออก–นำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ยังขยายตัวต่อเนื่อง รับแรงหนุนสินค้าเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตโลกฟื้น ขณะจับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาท ต้นทุนโลจิสติกส์กดดัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 เม.ย.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนยังขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการนำเข้าสินค้าเพื่อใช้ในการผลิตและส่งออกที่ยังเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก
ทั้งนี้ ดัชนีราคาส่งออก เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 113.3 ขยายตัวร้อยละ 2.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่สินค้าเกษตรเริ่มฟื้นตัวแต่ยังเผชิญการแข่งขันด้านราคา โดยหมวดสินค้าอุตสาหกรรม ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จากทองคำที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและการลงทุนด้าน AI และ Data Center ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในหลายภูมิภาค ส่งผลให้ความต้องการระบบทำความเย็นในตลาดโลกเพิ่มขึ้น
ขณะที่หมวดสินค้าเกษตรกรรม ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 จากผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังตามความต้องการของตลาดหลักอย่างจีน เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมถึงไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป จากความต้องการในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ส่วนหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 จากอาหารทะเลกระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ตามความต้องการอาหารสำเร็จรูปและสินค้าเพื่อการบริโภคที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 6.6 โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป จากอุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า ขณะที่อุปสงค์ในบางประเทศชะลอลง
ส่วน ดัชนีราคานำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 120.3 ขยายตัวร้อยละ 4.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตและการลงทุนที่ขยายตัวตามการส่งออก โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ ขณะที่การนำเข้าพลังงานยังผันผวนตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า โดยหมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 จากทองคำ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ รวมถึงสินแร่โลหะและผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรม
หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเครื่องประดับอัญมณี ซึ่งมีการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ทองคำ เพชร พลอย และโลหะมีค่า เพื่อใช้ในการผลิตและส่งออก ขณะที่หมวดสินค้าทุน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 จากเครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ตามความต้องการเพื่อการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 โดยเฉพาะส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิงหดตัวร้อยละ 9.4 จากราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้า
สำหรับแนวโน้มเดือนมีนาคม 2569 คาดว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariffs เดิม ซึ่งช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน ประกอบกับความกังวลด้านความมั่นคงอาหารที่ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูงที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบนำเข้า จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ยังมี 5 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่อาจชะลอลง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ต้นทุนโลจิสติกส์และค่าระวางเรือที่ยังอยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งอาจกดดันการขยายตัวของดัชนีราคาในระยะต่อไป
