
คลัง-ตลท.-FETCO ผนึกกำลังฟื้นเชื่อมั่นตลาดทุนครั้งใหญ่ เร่งดัน TISA หลังคืบเกิน 80%
คลัง-ตลท.-FETCO เดินหน้าฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย ฉกฉวยโอกาสช่วงวิกฤตพลังงานโลก เผยโครงการ TISA เห็นพ้องแนวทางแล้วกว่า 80% อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ก่อนเสนอ ครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 มิ.ย.69) กระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก
ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี และถือเป็นจังหวะสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติกำลังมองหาพื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven) สำหรับการลงทุน ขณะที่ภูมิภาคอาเซียนได้รับความสนใจมากขึ้น และประเทศไทยกำลังกลับมาเป็นจุดหมายสำคัญของเงินทุนต่างประเทศ
ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคตลาดทุนมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้าง “Thailand Growth Story” ให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนเห็นทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญคือยุทธศาสตร์ 5T ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมุ่งใช้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกเพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่และการเติบโตในอนาคต
ดร.สันติธาร กล่าวว่า นอกจากการลงทุนจริง (Real Investment) ที่สะท้อนผ่านการขยายตัวของเศรษฐกิจและการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ไทยยังต้องเร่งดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนทางการเงินเข้าสู่ตลาดทุนควบคู่กันไป โดยในปีนี้ประเทศไทยยังมีโอกาสสำคัญจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ซึ่งควรใช้เป็นเวทีนำเสนอศักยภาพของประเทศต่อสายตานักลงทุนทั่วโลก
สำหรับประเด็นการขาดดุลแฝด ภาครัฐมองว่าเป็นสถานการณ์ระยะสั้นที่อยู่ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิด โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำเข้าน้ำมันและการลงทุนภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังไม่ได้แสดงความกังวลต่อเสถียรภาพของไทย เนื่องจากยังไม่เห็นแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง ตลท. และ FETCO เป็นการพูดคุยในภาพรวมเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในทุกมิติ โดยมีข้อสรุปร่วมกันหลายประเด็น
ส่วนโครงการบัญชีเงินออมและการลงทุนระยะยาวส่วนบุคคล หรือ Thailand Individual Savings Account (TISA) เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่มุ่งสร้างความต้องการลงทุนในตลาดทุน และจะเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการขับเคลื่อนตลาดทุนที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในอนาคตอันใกล้
“การหารือเรื่อง TISA ในครั้งนี้เป็นโอกาสในการรับฟังความคิดเห็นและนำไปปรับปรุงรายละเอียด โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการสรุปแนวทางดำเนินงาน ก่อนทยอยชี้แจงรายละเอียดต่อสาธารณชน” นายวินิจ กล่าว
ทั้งนี้ โครงการ TISA จะมุ่งเน้น 2 ด้านหลัก ได้แก่ การส่งเสริมเม็ดเงินลงทุนและความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย และการบริหารจัดการพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ควบคู่กับการดูแลผู้เสียภาษี โดยอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และค่าลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันแล้วมากกว่า 80%
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในระยะต่อไปจะไม่ใช่เพียงมาตรการกระตุ้นตลาดหุ้นในระยะสั้น แต่เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของประเทศ โดยไม่สร้างภาระทางการคลังเพิ่มเติมในอนาคต
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีภาระหนี้อยู่ในระดับสูง จึงจำเป็นต้องเพิ่มบทบาทของตลาดทุนในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยตลาดทุนไทยยังมีสภาพคล่องและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ FETCO ยังได้หารือร่วมกับภาครัฐเกี่ยวกับการผลักดันกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และโครงการสำคัญอื่น ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ภาคตลาดทุนได้เร่งยกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล (Governance) และปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเม็ดเงินลงทุนในอนาคต และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย

