
“พาณิชย์” ดัน IP Finance ดึงแบงก์-นักประเมิน ปลดล็อกทุนด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อน IP Finance จัดอบรมร่วมสถาบันการเงิน นักประเมิน และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนามาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา รองรับการใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธานเปิดการอบรม “Unlocked IP Finance and IP Valuation ปลดล็อกทรัพย์สินทางปัญญาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน” มุ่งยกระดับศักยภาพด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนระบบ IP Finance ของประเทศไทย และเป็นการวางรากฐานการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินของประเทศในระยะยาว การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–18 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ
โดยมีหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน สมาคมด้านการประเมินมูลค่า สมาคมด้านทรัพย์สินทางปัญญา ภาคเอกชน นักวิจัย และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา รวมกว่า 100 รายเข้าร่วมอบรม สะท้อนความตื่นตัวและความพร้อมของทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ
นางอรมน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายให้กรมฯ เร่งเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทยด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญาที่มีผลคุ้มครองและอยู่ในระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็น เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ มีจำนวนกว่า 1.27 ล้านรายการ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 7.5% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินทางปัญญากำลังมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยหนึ่งในโครงการสำคัญของกรมฯ คือการผลักดันการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Finance) ซึ่งไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศที่สามารถเชื่อมโยงเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา สถาบันการเงิน นักลงทุน นักประเมินมูลค่า และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญของการพัฒนา IP Finance ของไทย คือการสร้างความเชื่อมั่นในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ โดยจำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานการประเมินที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน เพื่อให้สถาบันการเงิน นักลงทุน และผู้ประกอบการ สามารถใช้ข้อมูลอ้างอิงเดียวกันในการพิจารณามูลค่า การบริหารความเสี่ยง และการสนับสนุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างกลไก IP Finance ของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาศักยภาพด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้กับบุคลากร 2 กลุ่ม ได้แก่ เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา สถาบันการเงิน และนักประเมินมูลค่า IP ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการนำทรัพย์สินทางปัญญาเข้าสู่ระบบการเงิน ตั้งแต่การสร้างและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่า ไปจนถึงการพิจารณาสนับสนุนทางการเงินของสถาบันการเงิน
การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการเป็นที่ปรึกษาและประเมินมูลค่านวัตกรรมมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองในเชิงปฏิบัติ ตลอด 2 วันเต็ม ครอบคลุมทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศ IP Finance การพิจารณาและวิเคราะห์ศักยภาพเชิงธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการระดมทุน ปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา หลักการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาตามแนวปฏิบัติสากล การประเมินและการบริหารจัดการความเสี่ยง
ตลอดจนแนวทางการเตรียมข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อสถาบันการเงินและนักลงทุน เพื่อให้ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างเจ้าของสิทธิ ผู้ประเมินมูลค่า และสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์ทางการเงิน
นอกจากนี้ กรมฯ ยังใช้เวทีดังกล่าวในการรับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การจัดทำแนวปฏิบัติด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยองค์ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการคัดเลือกและเตรียมความพร้อมผู้เข้าร่วมโครงการนำร่องด้าน IP Finance ในระยะต่อไป
ภายหลังการอบรมครั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะร่วมกับ สมาคมนักประเมินอิสระไทย จัดกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนามาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ ในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 และเตรียมต่อยอดองค์ความรู้สู่กิจกรรมเชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม นักลงทุน สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจ ภายในงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026” ระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569 เตรียมพร้อมเดินหน้าสู่การจัดทำ Pilot Project IP Finance Thailand เพื่อทดสอบกลไกการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา การเชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหรือปัจจัยประกอบการพิจารณาทางการเงินในสถานการณ์จริง โดยจะเริ่มจากอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและมีความพร้อม เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านดิจิทัลและ AI ก่อนขยายผลไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ในอนาคต
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เพื่อขอรับการสนับสนุนการพัฒนาระบบ IP Finance ของไทยในหลายด้าน อาทิ การเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา สนับสนุนกรณีศึกษาความสำเร็จจากต่างประเทศเพื่อใช้เป็นแบบฝึกปฏิบัติในไทย การนำหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ด้าน IP Valuation และ IP Finance มาปรับใช้เป็นภาษาไทย รวมถึงพิจารณาความร่วมมือออกประกาศนียบัตรรับรองร่วมกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ผ่านการอบรม